วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (eMT online)

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ ห้องอบรม ชั้น 12 สมาคมสโมสรนักลงทุน

หลักการและเหตุผล
      การให้บริการงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) เป็นบริการหนึ่งที่สมาคมเปิดให้บริการแก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อสนับสนุนและชดเชยภาษีอากรด้านเครื่องจักรให้กับกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน อันเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ควรเรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็คทรอนิคส์กับกรมศุลกากรได้โดยตรงโดยไม่มีเอกสาร (Paperless) และสามารถดำเนินการขออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้สิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรแบบครบวงจร อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด

วิทยา
สมาคมสโมสรนักลงทุน (IC)

ข้อแนะนำ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน”

หัวข้อการสัมมนา
1. การขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
2. การขออนุญาตค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
3. การขออนุญาตขยายเวลาค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
4. การขออนุมัติสั่งปล่อย/คืนอากร/ถอนค้ำประกัน เครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
5. การขออนุญาตส่งคืน/ส่งซ่อมเครื่องจักรไปต่างประเทศ ด้วยระบบ eMT online
6. การบริหารจัดการระบบ Admin

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ หรือ ประสานงานการส่งเสริมการลงทุน

วิธีการสัมมนา
บรรยายและฝึกปฏิบัติ (Workshop)

(สำคัญมาก)

หมายเหตุ
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200%
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544 ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
คุณชาตรี แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0 2936 1429 ต่อ 212 โทรสาร 0 2936 1441-2
E-mail : chatreel@ic.or.th www.icis.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ร่าง พ.ร.บ. “Transfer Pricing” การเตรียมความพร้อมและการป้องกันกรณีถูกตรวจสอบ

วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
      เนื่องจากการประกอบธุรกิจในปัจจุบันทั้งกิจการในประเทศไทยและนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีลักษณะของบริษัทหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันในเครือเป็นกลุ่มๆเพิ่มจำนวนมากขึ้นตลอดเวลาส่งผลให้รายการทางบัญชีและการเงินมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจในลักษณะดังที่กล่าวมาจำนวนมากไม่ทราบวิธีการดำเนินการทางบัญชีและการเงิน รวมถึงการใช้หลักฐานและ เอกสารประกอบที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้กำหนดไว้
      ปัจจุบัน กรมสรรพากรเริ่มให้ความสำคัญกับรายการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัทในเครือเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกิจการที่ดำเนินการผิดพลาดและไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรายการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นและมักเป็นปัญหาอยู่เสมอ เช่น การซื้อขายระหว่างกัน Management fee, Royalty fee, Marketing fee, Technical Service fee การจ่ายเงินปันผล และรายการอื่นๆ โดยแต่ละรายการมักมีปัญหาทั้งในเรื่องของเอกสารประกอบการกำหนดราคา คำอธิบายประกอบไม่ชัดเจน และการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจในเอกสารหลักฐานรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ ผู้ประกอบการในหลายๆกิจการที่ทำธุรกรรมในลักษณะข้างต้นยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในเรื่องของราคาโอน (Transfer Pricing)
      ในระยะเวลาอันใกล้กรมสรรพากรกำลังจะมีร่างพระราชบัญญัติ “มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)” เพื่อให้เป็นกฎหมายควบคุมผู้ประกอบการให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด
ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น โดยจะต้องทราบถึงความสำคัญของกฎหมาย เอกสาร หลักฐาน รวมถึงการดำเนินการที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ความเสี่ยงหรือความเสียหายในการประกอบธุรกิจได้

หัวข้อการสัมมนา
1. ร่างพระราชบัญญัติ “ มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)”
2. การเตรียมความพร้อมของกิจการก่อนและหลังการประกาศใช้กฎหมาย (ร่าง พ.ร.บ. Transfer Pricing)
3. ความสัมพันธ์ของ Transfer Pricing กับบทบัญญัติตามประมวลที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 65 ทวิ (4) มาตรา 71 ทวิ มาตรา 70 ตรี และ ป.113/2545)
4. ลักษณะและปัญหาในทางปฏิบัติของรายการที่เกี่ยวกับ Transfer Pricing พร้อมแนวทางแก้ไข
5. ประเด็นที่กรมสรรพากรตรวจสอบเกี่ยวกับรายการ Transfer Pricing
6. การเลือกวิธีการคำนวณราคาตลาดที่ดีที่สุดตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร
7. เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเพื่อพิสูจน์ราคาตลาด
8. วิธีพิสูจน์ราคาตลาดที่กรมสรรพากรยอมรับ
9. กรณีศึกษา กรณีที่สรรพากรมองว่าเป็นการ Transfer Pricing ระหว่างบริษัท
10. วิธีปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
11. ปัญหาการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
12. คำพิพากษาฎีกา ข้อหารือภาษีอากร และคำวินิจฉัยกรมสรรพากร
13. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี / ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


เจาะลึกการใช้หนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศ (LETTER OF GUARANTEE STANDBY L/C) เพื่อการนำเข้า – ส่งออก

วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

     สถานการณ์การค้าและการลงทุนโลกเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากมีการเปิดประตูไปสู่ตลาดการค้าข้ามโลกและการลงทุนอย่างเสรี หนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศที่ออกโดยธนาคารเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น จากเดิมที่ใช้กันเพียงไม่กี่ประเทศก็ขยายตัวจนเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สาเหตุที่หนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศถูกเลือกใช้เป็นวิธีการชำระเงินเพิ่มมากขึ้น เพราะวิธีการชำระเงินในรูปแบบเดิมมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและมีความเสี่ยงสูงในระดับที่แตกต่างกัน
     ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสามารถใช้หนังสือค้ำประกันเป็นเครื่องมือในการชำระค่าสินค้า (Commercial Letter of Guarantee) หรือในด้านอื่นๆได้อย่างกว้างขวางไร้ขีดจำกัด เช่น ใช้ Bid bond ในการเข้าประมูลงาน หรือการค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาเมื่อชนะการประมูล (Performance Guarantee) ค้ำประกันการชำระเงินล่วงหน้า (Advanced Payment Guarantee) การค้ำประกันผลงาน
เพื่อส่งมอบงาน (Retention Guarantee) หรือใช้เป็นหลักประกันเพื่อค้ำประกันต่อธนาคารที่ให้ลูกค้ากู้ยืมเงิน (Financial Guarantee) ทั้งธนาคารภายในประเทศและต่างประเทศ
     ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้จะได้เรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจองค์ประกอบของธุรกรรมทุกขั้นตอน รู้จักหนังสือค้ำประกันทุกประเภทและทุกชนิด สามารถใช้หนังสือค้ำประกันได้อย่างมีศักยภาพและถูกต้องสอดคล้องกับมาตรฐานแบบสากลตามกฎระเบียบของหอการค้านานาชาติที่รองรับ อันได้แก่ URDG.758 (Uniform rule for Demand Guarantee No.758) และ ISP.98 (International Standby Practice 1998) ซึ่งความรู้ที่ผู้เข้าอบรมได้รับจะช่วยให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและบรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ

หัวข้อการสัมมนา
1. ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศ
1.1 รู้จักกับหนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศ
1.2 การทำธุรกรรมตามรูปแบบ / ประเภทและชนิดต่างๆของหนังสือค้ำประกัน
1.2.1 รูปแบบตามภาระความรับผิดชอบ (BY FORM OF LIABILITY)
1.2.2 รูปแบบตามผู้ออกหนังสือค้ำประกันที่เกี่ยวข้อง (BY PARTY INVOLVED)
1.2.3 รูปแบบตามวัตถุประสงค์ : เพื่อการชำระเงิน (BY PURPOSE : PAYMENT TYPE)
- หนังสือค้ำประกันทางการเงิน (FINANCIAL GUARANTEE)
- หนังสือค้ำประกันทางการค้า (COMMERCIAL GUARANTEE)
- หนังสือค้ำประกันร่วม (COUNTER GUARANTEE)
1.2.4 การใช้หนังสือค้ำประกันชนิดย่อยต่างๆ
- BID BOND หนังสือค้ำประกันการประกวดราคา
- PERFORMANCE GUARANATEE หนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
- ADVANCED PAYMENT GUARANTEE หนังสือค้ำประกันการชำระเงินล่วงหน้า
- RETENTION GUARANTEE หนังสือค้ำประกันผลงาน
1.3 ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกันและความเสี่ยงต่อฝ่ายต่างๆ
2. วิธีการเรียกร้องเงินและขั้นตอนปฏิบัติ
2.1 เอกสารสำหรับยื่นเพื่อดำเนินการเรียกร้องเงิน
2.2 วิธีการตรวจสอบเอกสารเรียกร้องเงิน
2.3 เลือกโดยขอเรียกร้องเงินหรือต่ออายุการค้ำประกันได้ไหม
2.4 วิธีผู้ค้ำประกันจะจ่ายเงินหรือปฏิเสธการจ่ายเงิน
2.5 การหมดอายุ / การแจ้งคัดค้านจากผู้ขอออกหนังสือค้ำประกันและการแก้ไข
2.6 วิธีการดำเนินการเมื่อเกิดภัยนอกการควบคุมหรือเหตุสุดวิสัย
2.7 การโอนหนังสือค้ำประกัน
2.8 ใช้กฎหมายและอำนาจศาลที่ประเทศไหนในการตัดสินคดี
2.9 ธนาคารร่วมกันออกหนังสือค้ำประกัน-ร่วมธุรกรรม (Syndication) / การขายส่วนร่วมใน
หนังสือค้ำประกันฯ (การมีส่วนในธุรกรรม (Participation))
3. บทสรุปในการนำไปใช้งานให้ถูกต้องตามประเภทของการค้ำประกัน

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน / ฝ่ายบัญชี / ฝ่ายต่างประเทศ / ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ข้อพึงระวังในการจัดทำบัญชี การเตรียมตัวเพื่อรองรับการตรวจสอบ และแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดทำบัญชีของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 29 - 30 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 17:30 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

หลักการและเหตุผล
ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมักจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายภายหลังจากได้รับบัตรส่งเสริม และโดยมากจะสับสนกับการเริ่มต้นว่า จะจัดทำบัญชีอย่างไรสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถใช้สิทธิใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับมานั้นอย่างถูกต้องคุ้มค่ามากที่สุด
การเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และแนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรการส่งเสริมการลงทุน โดยมุ่งเน้นถึงข้อพึงระวังในการจัดทำบัญชีสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริม สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี และการขอใช้สิทธิประโยชน์เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
รวมทั้ง ยังมุ่งเน้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ สำหรับรองรับการตรวจสอบทั้ง จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสรรพากร โดยการบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่สำคัญ ประกอบกับให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงตามตัวอย่างที่กำหนด เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และลดความสับสนเมื่อกลับไปปฏิบัติงานจริง
หัวข้อการสัมมนา
วันแรก
1. ปรับพื้นฐานความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเมื่อได้รับส่งเสริมการลงทุน
1.1 นโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน
1.2 สิทธิและประโยชน์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน
1.3 สาระสำคัญ และเงื่อนไขเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
2. ข้อควรรู้ก่อนการจัดทำบัญชีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
3. แนวความคิดในการจัดทำบัญชี
3.1 รายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม
3.2 ค่าใช้จ่ายตามสิทธิและประโยชน์ในมาตรา 35
3.3 หลักการคำนวณผลประกอบการที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคลของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
4. แนวทางการจัดทำเบียนทรัพย์สินเพื่อรองรับการตรวจสอบเปิดดำเนินการ
5. การรายงานตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
6. หลักเกณฑ์การขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
7. การยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
8. แบบรายงานของผู้สอบบัญชีในการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
9. กรณีศึกษาวิธีการจัดทำแบบคำขอใช้สิทธิประโยชน์เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
วันที่สอง
1. การวางแผนจัดเตรียม และการใช้ข้อมูลทางบัญชี เพื่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.1 แบบรายงานความคืบหน้าของโครงการ
1.2 แบบ ต.ส.310
1.3 แบบคำขอเปิดดำเนินการ
1.4 แบบคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
2. งบการเงินสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
3. ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการจัดทำประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปี
4. ตัวอย่างการประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน(Non BOI)
5. การจัดทำ ภ.ง.ด. 50 ของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และปัญหาที่พบพร้อมแนวทางแก้ไข
6. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ของ ภงด.51 และ 50
7. กรณีเหตุอันสมควรตามกฎหมายภาษีอากร
8. หลักเกณฑ์การเสียภาษีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non BOI)
9. แนวทางการตรวจสอบแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ตามประกาศที่ ป.5/2544)
10. ตัวอย่างข้อหารือ และคำวินิจฉัยจากกรมสรรพากร
11. คุณธรรม จริยธรรม หรือจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน” เจ้าของกิจการ ผู้บริหารงาน ผู้จัดทำบัญชีของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และผู้ที่สนใจทั่วไป

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
               ผู้ประกอบการธุรกิจส่วนใหญ่มักมีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการจ่ายภาษีและผลตอบแทนจากการจ่ายภาษีนั้น อย่างไรก็ตามทุกธุรกิจต้องจ่ายภาษีตามที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องคำนวณเงินได้และจ่ายภาษีเข้ารัฐ ซึ่งผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริงเรื่องระบบภาษีที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจเพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานให้ได้ตรงตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้
              ดังนั้น สมาคมสโมสรนักลงทุนจึงจัดการอบรมหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจนสำหรับนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป

หัวข้อการสัมมนา
1. ความสำคัญของภาษีสำหรับองค์กร
2. ภาษีที่เกี่ยวข้องสำหรับองค์กร
3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
   3.1 หลักของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
   3.2 การหักค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทเงินได้
4. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
   4.1 หลักของภาษีเงินได้นิติบุคคล
   4.2 อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
   4.3 ภาษีซื้อต้องห้ามกับรายจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล
   4.3 ข้อมูลการยื่นแบบภาษีครึ่งปี ภงด.51
   4.4 ข้อมูลการยื่นแบบภาษีสิ้นปี ภงด.50
5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
   5.1 หลักของภาษีมูลค่าเพิ่ม
   5.2 ประเภทธุรกิจที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
   5.3 ภาษีมูลค่าเพิ่มควรยกเว้นอะไรบ้าง
   5.4 ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0
   5.5 วิธีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการนำส่ง
   5.6 วิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
6. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
   6.1 หลักของภาษีหัก ณ ที่จ่าย
   6.2 ประเภทและอัตราของภาษีหัก ณ ที่จ่าย
   6.3 วิธีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี/ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 21-25 of 39 results.

Back to Top