วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (eMT online) (จังหวัดชลบุรี)

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ โรงแรม แปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา

หลักการและเหตุผล
      การให้บริการงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) เป็นบริการหนึ่งที่สมาคมเปิดให้บริการแก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อสนับสนุนและชดเชยภาษีอากรด้านเครื่องจักรให้กับกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน อันเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ควรเรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็คทรอนิคส์กับกรมศุลกากรได้โดยตรงโดยไม่มีเอกสาร (Paperless) และสามารถดำเนินการขออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้สิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรแบบครบวงจร อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด

จัดสัมมนาครั้งพิเศษ ณ จังหวัดชลบุรี

วิทยากร
ผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมสโมสรนักลงทุน (IC)

วัน เวลา สถานที่ 
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เวลา 09.00-17.00 น. (ลงทะเบียนเวลา 08.30 น.)
โรงแรมแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

วิธีการสัมมนา
อบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)

อัตราค่าลงทะเบียน
ราคาสมาชิก 2,675 / บุคคลทั่วไป 3,745

ข้อแนะนำ

หลักสูตร วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และหลักสูตร  วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมควรสมัครเข้าอบรมทั้งสองหลักสูตร**

หัวข้อการสัมมนา
1. การขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
2. การขออนุญาตค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
3. การขออนุมัติสั่งปล่อย/คืนอากร/ถอนค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
5. การขออนุญาตส่งคืน/ส่งซ่อมเครื่องจักรไปต่างประเทศ ด้วยระบบ eMT online
6. การบริหารจัดการระบบ Admin

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ หรือ ประสานงานการส่งเสริมการลงทุน

(สำคัญมาก)

หมายเหตุ

- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200%
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544 ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
คุณชาตรี แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0 2936 1429 ต่อ 209 โทรสาร 0 2936 1441-2
E-mail : chatreel@ic.or.th www.icis.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   


พ.ร.บ. “Transfer Pricing” การเตรียมความพร้อมและการป้องกันกรณีถูกตรวจสอบ

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

หลักการและเหตุผล

        เนื่องจากการประกอบธุรกิจในปัจจุบันทั้งกิจการในประเทศไทยและนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีลักษณะของบริษัทหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันในเครือเป็นกลุ่มๆเพิ่มจำนวนมากขึ้นตลอดเวลาส่งผลให้รายการทางบัญชีและการเงินมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจในลักษณะดังที่กล่าวมาจำนวนมากไม่ทราบวิธีการดำเนินการทางบัญชีและการเงิน รวมถึงการใช้หลักฐานและ เอกสารประกอบที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้กำหนดไว้
        ปัจจุบัน กรมสรรพากรเริ่มให้ความสำคัญกับรายการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัทในเครือเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกิจการที่ดำเนินการผิดพลาดและไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรายการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นและมักเป็นปัญหาอยู่เสมอ เช่น การซื้อขายระหว่างกัน Management fee, Royalty fee, Marketing fee, Technical Service fee การจ่ายเงินปันผล และรายการอื่นๆ โดยแต่ละรายการมักมีปัญหาทั้งในเรื่องของเอกสารประกอบการกำหนดราคา คำอธิบายประกอบไม่ชัดเจน และการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจในเอกสารหลักฐานรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ ผู้ประกอบการในหลายๆกิจการที่ทำธุรกรรมในลักษณะข้างต้นยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในเรื่องของราคาโอน (Transfer Pricing)
       กรมสรรพากรได้ประกาศพระราชบัญญัติ “มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)” เพื่อให้เป็นกฎหมายควบคุมผู้ประกอบการให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด
       ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น โดยจะต้องทราบถึงความสำคัญของกฎหมาย เอกสาร หลักฐาน รวมถึงการดำเนินการที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ความเสี่ยงหรือความเสียหายในการประกอบธุรกิจได้

หัวข้อการสัมมนา
1. พระราชบัญญัติ “ มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)”
2. การเตรียมความพร้อมของกิจการก่อนและหลังการประกาศใช้กฎหมาย (พ.ร.บ. Transfer Pricing)
3. ความสัมพันธ์ของ Transfer Pricing กับบทบัญญัติตามประมวลที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 65 ทวิ (4) มาตรา 71 ทวิ มาตรา 70 ตรี และ ป.113/2545)
4. ลักษณะและปัญหาในทางปฏิบัติของรายการที่เกี่ยวกับ Transfer Pricing พร้อมแนวทางแก้ไข
5. ประเด็นที่กรมสรรพากรตรวจสอบเกี่ยวกับรายการ Transfer Pricing
6. การเลือกวิธีการคำนวณราคาตลาดที่ดีที่สุดตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร
7. เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเพื่อพิสูจน์ราคาตลาด
8. วิธีพิสูจน์ราคาตลาดที่กรมสรรพากรยอมรับ
9. กรณีศึกษา กรณีที่สรรพากรมองว่าเป็นการ Transfer Pricing ระหว่างบริษัท
10. วิธีปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
11. ปัญหาการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
12. คำพิพากษาฎีกา ข้อหารือภาษีอากร และคำวินิจฉัยกรมสรรพากร
13. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี / ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


สิ่งควรรู้สำหรับเจ้าหน้าที่จัดซื้อระดับต้นและกลาง

วันที่ 29 - 30 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)

หลักการและเหตุผล                   
            การจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการให้ได้ตามความต้องการของหน่วยงานต่างๆ ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยกระบวนการอันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง วิวัฒนาการของการจัดซื้อจัดหาก้าวหน้าไปมาก นักจัดซื้อต้องรับผิดชอบสูงขึ้น นอกจากซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศให้สอดคล้องกับระดับสินค้าคงคลังตามความจำเป็นแล้ว ยังต้องจัดซื้อสินค้าจากต่างประเทศด้วย

            นักจัดซื้อตั้งแต่ระดับต้นและกลางจึงต้องมีความรู้งานจัดซื้อในประเทศบวกกับความรู้ในการจัดซื้อต่างประเทศทั้งในด้านเทคนิค แง่มุมอื่นที่จำเป็น และเป็นความรู้ที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น  กลยุทธ์งานจัดซื้อสินค้าวัตถุดิบและบริการที่แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม วิธีจัดการสินค้าบางตัวที่มีผลกระทบและความเสี่ยงต่อองค์กรสูงการวางแผนงานจัดซื้อจัดหาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและงบประมาณของแต่ละแผนก รูปแบบการประเมินซัพพลายเออร์ก่อนและขณะติดต่อคบค้ากัน ต้นทุนกับการต่อรองราคาซื้อขาย ซึ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นพื้นฐานความรู้งานจัดซื้อรูปแบบมาตรฐานที่นำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง    

หัวข้อการสัมมนา
      วันแรก

      1. หัวใจและเป้าหมายในการจัดซื้อ 6 R’s
      2. กระบวนการในการบริหารงานจัดซื้อ The Purchasing Cycle
      3. ประโยชน์และวิธีทำ Standardization
      4. วิธีกำหนด Specification ให้เหมาะกับสินค้าและบริการ
      5. เทคนิคการหาแหล่งขาย
      6. สูตรสำเร็จของการจะซื้อเมื่อไร และซื้อเท่าไร
      7. การบริหารพัสดุด้วยวิธี ABC Analysis
      8. เทคนิคการจัดซื้อทุกรูปแบบ เช่น
          8.1  ระบบเงินสดย่อย

          8.2  ระบบวิ่งซื้อ

          8.3  การประมูล

          8.4  การสั่งซื้อครั้งเดียวแต่ส่งหลายครั้ง

          8.5  การทำสัญญาซื้อแบบยกทั้งระบบ

          8.6  ระบบจัดซื้อแบบไม่ใช้กระดาษ

          8.7  ระบบออนไลน์

      9. วิธีกำหนดเป้าหมายของงานจัดซื้อพร้อมตัวอย่าง
     10.การเตรียมวางนโยบายจัดซื้อและเตรียมพร้อมเพื่อทำคู่มือจัดซื้อ
     11.การเลือกเงื่อนไขการชำระเงิน (Credit Term)
     12.การสร้างกำไรโดยการส่งประโยชน์ของหน่วยงานจัดซื้อ
     13.สิ่งควรรู้สำหรับงานจัดซื้อต่างประเทศ
         13.1   Incoterms®2010

         13.2   การขนส่งทางทะเล

         13.3   การเลือกทำประกันภัย

         13.4   การประเมินราคาวิธี Transaction Value (GATT)

      14.กฎหมายเกี่ยวกับงานจัดซื้อ P/O, Fax and e-mail และรับโอนกรรมสิทธิ์
         14.1  หลักเกณฑ์การตรวจรับมอบ
         14.2  ข้อตกลงในการซื้อขาย
         14.3   การกำหนดบทปรับที่เหมาะสม
      15.จรรยาบรรณในงานจัดซื้อ
      16.วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ
 

วันที่สอง

      1.การจัดกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและบริการที่จัดซื้อ (The Supply Positioning Model) ทำให้งานจัดซื้อจัดหามีประสิทธิภาพมากขึ้น
      2.ความสำคัญและประโยชน์ของการจัดกลุ่มสินค้าวัตถุดิบที่ซื้อหาเข้าโรงงาน
      3.ยุทธศาสตร์การจัดการกับสินค้าวัตถุดิบที่ใช้เงินซื้อด้วยเงินจำนวนมากในปีหนึ่งๆ
      4.รู้จักกลุ่มสินค้าที่มีผลกระทบและความเสี่ยงต่อองค์กรสูง เพื่อวางแนวทางป้องกัน
      5.วิธีการจัดซื้อจัดหาสินค้าที่หาซื้อได้ยากกับสินค้าที่มีขายทั่วไป และการพิจารณาระดับสต็อก
      6.ปัจจัยการพิจารณาเปลี่ยนแหล่งขาย (Switching cost & price variability) จากแหล่งเดิมไปแหล่งใหม่
      7.การตรวจสอบและประเมินซัพพลายเออร์
      8.แนวคิดและเหตุผลของการประเมินผู้ขายผนวกกับการทำ Supplier Inspection
      9.วิธีประเมินผู้ขายด้านเทคนิคการผลิตด้านความมั่นคงทางการเงิน ด้านเชิงพาณิชย์ และด้านสิ่งแวดล้อม
      10.ต้นทุนใช้ในการต่อรองราคา และต้นทุนใช้วิเคราะห์ราคาวัตถุดิบเพื่อพิจารณาซื้อ
      11.ตัวอย่างการคำนวณ Unit Price
      12.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบัญชีสำหรับนักจัดซื้อ Credit Note – Debit Note และประเภทของ “ต้นทุน” ที่จำเป็นใช้ต่อรองราคาสินค้ากับผู้ขาย
      13.การวางแผนงานจัดซื้อจัดหา (Planning supply) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและงบประมาณขององค์กร
      14.การทำงบประมาณกับงานจัดซื้อจัดหา
      15.ขั้นตอนการวางแผนงานจัดซื้อจัดหา ให้สอดคล้องกับงบประมาณของแต่ละแผนก
      16.วิธีกำหนดความสำคัญและแรงกระทบของสินค้าวัตถุดิบที่จะจัดซื้อจัดหา
      17.การจัดประเภทค่าใช้จ่ายกับการทำตารางจัดซื้อสินค้าวัตถุดิบ เพื่อสายการผลิตและสินค้าทุน
      18.การระบุเงื่อนไขอื่นที่จำเป็นใน P/O (Purchase Order) เพื่อให้ผู้ขายปฏิบัติ
 

************ โปรดนำเครื่องคิดเลขมาในวันสัมมนาด้วย****************

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
        ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
        การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม


วิทยากร
        คุณกิตติกร โชติสกุลรัตน์ C.P.S., Adv.Cert.PSCM(ITC), CIPS Int'l Advanced Cert.Holder
        ประธานฝ่ายกิจการต่างประเทศ สมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย


        คุณสุชาติ ประเสริฐสม C.P.S.
        อุปนายกและประธานฝ่ายพัฒนาวิชาชีพ สมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย

 

อัตราค่าสัมมนา
       ผู้สนใจทั่วไป    7,800  บาท  +  VAT  546 บาท         จ่ายสุทธิ  8,346  บาท

 (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

       **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**

หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)                  
2. กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก         
3. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4. สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน
 
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
 
ข้อมูลหลักสูตร :


   


ข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ INCOTERMS®2020

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล

           The International Chamber of Commerce: ICC หรือหอการค้าระหว่างประเทศ ในกรุงปารีส ได้ออกข้อบังคับที่เรียกว่า INCOTERMS®2020 RULES ฉบับใหม่ เริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2020 (ปี 2563) ใน INCOTERMS®2020 มีเรื่องที่เปลี่ยนแปลงจากฉบับที่ประกาศใช้ในปี 2010 โดยมี 1 เทอมที่ทำการยกเลิก และมี 1 เทอมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ส่วนเทอมเก่าได้สร้างข้อกำหนดเพิ่มเติม ชัดเจนขึ้น จุดมุ่งหมายสำคัญคือการทำให้ครอบคลุม และง่ายต่อการปฏิบัติมากขึ้น เนื้อหาสำคัญเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการขนส่ง และการประกันภัย กฏเกณฑ์เหล่านี้ได้รับการปรับปรุงให้ง่ายต่อการปฏิบัติ ทั้งนี้ยังมีการใช้ภาษาที่ทันสมัยซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กับการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันกฏเกณฑ์ใหม่ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำการค้าระหว่างประเทศ ในทุกตำแหน่งงานจำเป็นต้องศึกษา เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

หัวข้อการสัมมนา
1.ความหมายและความสำคัญของ INCOTERMS ต่อการค้า
2.ทำไม INTERNATIONAL CHAMBER OF COMMERCE(ICC), ต้องเปลี่ยน INCOTERMS®2010 มาเป็น INCOTERMS®2020
3.เหตุผลในการยกเลิก DAT,ของ INCOTERMS®2010
4.ใช้เทอมอะไรมาแทน เทอมที่ยกเลิก
5.แนวทางในการเลือกใช้ INCOTERMS ที่เหมาะสม
6.INCOTERMS®2010 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม จาก 11 เทอม เปรียบเทียบกับ INCOTERMS®2020 ก็มี 11 เทอม แบ่งได้ 2 กลุ่มเช่นกัน
7.มีเทอมอะไรบ้างใน INCOTERMS®2020 การใช้ควรระบุอย่างไรถึงจะสมบูรณ์
8.Incoterms®2020 มี 11เทอม อะไรบ้าง
9.ข้อควรระวังข้อบังคับในแต่ละเทอมนั้นขัดต่อกฎระเบียบของศุลกากรหรือไม่อย่างไร
10.ภาระหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้ง11 เทอมที่ต้องรับผิดชอบ
11.ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่สำคัญสุด ในแต่ละข้อตกลงจนครบทั้ง 11 เทอม
12.Critical Points และการเจรจาต่อรองเพื่อลดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยง
13.กฏระเบียบและภาระพิธีการศุลกากรเกี่ยวข้องกับ INCOTERMS
14.ภาระความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าเอาประกันในเทอม CIF และ CIP
15.การใช้ INCOTERMS Rules ในเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศ
16.ตัวอย่างกรณีศึกษา/คำพิพากษาที่เกี่ยวกับ INCOTERMS

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
     เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
     การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
     คุณวัชระ ปิยะพงษ์
     ที่ปรึกษาองค์กรเอกชนชั้นนำด้านการนำเข้าและส่งออก

อัตราค่าสัมมนา
     สมาชิกสมาคม 3,500 บาท + VAT 245 บาท จ่ายสุทธิ 3,745 บาท / คน
     บุคคลทั่วไป 4,000 บาท + VAT 280 บาท จ่ายสุทธิ 4,280 บาท / คน
     (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่ม)
     **ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %

การยกเลิกการสัมมนา
    เนื่องจากสมาคมได้จัดเตรียมการสัมมนาไว้ล่วงหน้า กรณีที่ท่านสำรองที่นั่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากท่านประสงค์ยกเลิกการเข้าร่วมสัมมนา กรุณาทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนาไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า วัตถุดิบและวัสดุจำเป็น ตามมาตรา 30, 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ต้องเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตราที่กิจการได้รับการส่งเสริม รวมถึงขั้นตอนปฏิบัติและกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุด

หัวข้อการสัมมนา
1. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 36 (1) (2)
1.1 การพิจารณาบัญชีรายการวัตถุดิบพร้อมปริมาณสต็อกสูงสุด
1.2 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.3 การพิจารณาสูตรการผลิต
1.4 การตัดบัญชีวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.5 การใช้ธนาคารค้ำประกันวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.6 การนำผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปแล้วกลับมาซ่อมแซม
1.7 การตัดบัญชีวัตถุดิบส่วนสูญเสียจากการผลิต
1.8 การโอนวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.9 การขอชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.10 การขอชำระอากรขาเข้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร ขาเข้า
1.11 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.12 การปฏิบัติหลังสิ้นสุดสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36(1) (2)
2. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30
2.1 การพิจารณาอนุมัติบัญชีรายการวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.2 การพิจารณาปริมาณสต็อควัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.3 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.4 การพิจารณาสูตรการผลิต
2.5 การสรุปยอดวัตถุดิบคงเหลือ
2.6 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30

วิธีการสัมมนา
การบรรยายเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 3,210 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันเสาร์ที่ 11 กรกฏาคม 2563
เวลา 09.00-16.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
 “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 21-25 of 34 results.

Back to Top