การจัดเตรียมเอกสารเพื่อการค้าระหว่างประเทศและ Incoterms®2010

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศทั้งด้านการนำเข้าและการส่งออกล้วนแต่ใช้เอกสารในการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากผู้ส่งออกไปยังผู้นำเข้า ซึ่งเอกสารดังกล่าวอาจออกโดยผู้ส่งออกส่วนหนึ่งและบางส่วนต้องใช้เอกสารที่ออกโดยส่วนราชการ บริษัทรับขนส่งสินค้า บริษัทประกันภัย ฯลฯ ความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้มีความจำเป็นในการจัดทำหรือจัดหาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ อีกทั้งต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของเครื่องมือการชำระเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่นและผู้ประกอบการด้านนี้ควรให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ การสัมมนาหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้นำเข้าส่งออกสามารถจัดทำเอกสารได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของเครื่องมือในการชำระเงินที่รัดกุม เหมาะสม ไม่เสียเปรียบในเชิงการค้าก่อให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมด้านการเงินสำหรับการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขสัญญา ข้อตกลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการปฏิเสธการชำระเงิน รวมทั้งมีความรู้ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารนั้นได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะมีการชำระเงินเพราะถ้าตรวจพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องผู้ซื้อมีสิทธิที่จะไม่ชำระเงินได้

หัวข้อการอบรม

1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาซื้อ-ขาย (PURCHASE CONTRACT, PROFORMA INVOICE)
1.1 ข้อความที่สำคัญที่จะต้องกำหนดทุกครั้ง
1.2 ข้อความที่ควรระวัง
1.3 ข้อบังคับทางการค้าฉบับปรับปรุง (INCOTERMS’2010)
2. EX-WORK, FREE ALONGSIDE SHIP, FREE CARRIER, FREE ON BOARD
3. COST& FREIGHT, CARRIAGE PAID TO..,COST,INSURANCE & FREIGHT
4. CARRIAGE INSURANCE PAID TO.., DELIVERED AT TERMINAL, DELIVERED AT PLACE, DELIVER DUTY PAID
5. เอกสารทางการเงิน (FINANCIAL DOCUMENT)
6. เอกสารทางการขนส่ง (TRANSPORT DOCUMENT)
7. เอกสารทางการค้า (COMMERCIAL DOCUMENT)
8. การจัดทำเอกสารเพื่อขอเปิด Letter of Credit กับธนาคาร (วงจรเอกสารประเทศผู้ส่งออกไปประเทศผู้นำเข้าการทำ Shipping Guarantee, Trust Receipt)
9. การจัดทำเอกสารภายใต้เงื่อนไข Letter of Credit (ขั้นตอนการจัดทำ การตรวจ และการปฏิเสธ)
9.1 AT SIGHT
9.2 TERMS
10. การจัดทำ การจัดหา การนำไปใช้เอกสารเกี่ยวกับตั๋วเรียกเก็บ (BILL FOR COLLECTION)
11. เอกสารเกี่ยวกับ OPEN ACCOUNT
12. เอกสารเกี่ยวกับ CASH IN ADVANCED เพื่อการชำระเงินล่วงหน้าหรือใช้ซื้อเงินสกุลต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้า

 

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก เจ้าของกิจการและผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ สมาคมสโมสรนักลงทุน

หลักการและเหตุผล
การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา 28 และ มาตรา 29 เป็นสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนเพื่อการส่งออกซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง
ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องรู้วิธีการปฏิบัติและเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงระยะเวลาของการได้รับสิทธิประโยชน์ เพื่อสามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การประกอบธุรกิจ ซึ่งการสัมมนาหลักสูตรนี้จะเอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนต่อไป

หัวข้อสัมมนา
สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 28 หรือ มาตรา 29
แนวทางในการพิจารณาการให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า


1.วิธีการนำเข้าเครื่องจักร
  1.1 การผ่อนผันการใช้ธนาคารค้ำประกัน/การขอขยายเวลาการใช้ธนาคารค้ำประกัน
  1.2 การอนุมัติสั่งปล่อย/ถอนค้ำประกันเครื่องจักร
2. วิธีการใช้เครื่องจักรเพื่อการอื่น
  2.1การจำนอง/การเช่าซื้อ
  2.2การจำหน่าย/การโอน/การบริจาค
  2.3การนำเข้าเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น/การให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักร
  2.4การส่งเครื่องจักรออกไปต่างประเทศ
3. วิธีการขยายเวลาสิทธิประโยชน์เครื่องจักร
  3.1การขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง
  3.2 การขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและการเปิดดำเนินการ
4.การตัดบัญชีรายการเครื่องจักร
5.วิธีการสั่งปล่อยเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ (eMT)
  5.1 การจัดทำรายการบัญชีเครื่องจักร (Master list)
  5.2 การสั่งปล่อยเครื่องจักรตาม Master list


การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

และสมาคมสโมสรนักลงทุน (IC)

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (eMT online)

วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ สมาคมสโมสรนักลงทุน

หลักการและเหตุผล
      การให้บริการงานสิทธิและประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) เป็นบริการหนึ่งที่สมาคมเปิดให้บริการแก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อสนับสนุนและชดเชยภาษีอากรด้านเครื่องจักรให้กับกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน อันเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ควรเรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking: eMT online) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็คทรอนิคส์กับกรมศุลกากรได้โดยตรงโดยไม่มีเอกสาร (Paperless) และสามารถดำเนินการขออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้สิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรแบบครบวงจร อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด

วิทยา
ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
และ สมาคมสโมสรนักลงทุน (IC)

ข้อแนะนำ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน”

หัวข้อการสัมมนา
1. การขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
2. การขออนุญาตค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
3. การขออนุญาตขยายเวลาค้ำประกันเครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
4. การขออนุมัติสั่งปล่อย/คืนอากร/ถอนค้ำประกัน เครื่องจักรด้วยระบบ eMT online
5. การขออนุญาตส่งคืน/ส่งซ่อมเครื่องจักรไปต่างประเทศ ด้วยระบบ eMT online
6. การบริหารจัดการระบบ Admin

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ หรือ ประสานงานการส่งเสริมการลงทุน

วิธีการสัมมนา
บรรยายและฝึกปฏิบัติ (Workshop)

(สำคัญมาก)

หมายเหตุ
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200%
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544 ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่
คุณชาตรี แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0 2936 1429 ต่อ 212 โทรสาร 0 2936 1441-2
E-mail : chatreel@ic.or.th www.icis.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   


เทคนิคการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

วันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

       การทำธุรกิจระหว่างประเทศ มีการใช้เงินสกุลต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องผ่านการชำระเงินค่าซื้อสินค้า โดยผู้ประกอบการต้องนำเงินบาทไปซื้อเงินตราต่างประเทศ ซึ่งในสถานการณ์โลกปัจจุบัน อัตราแลกเปลี่ยนมีการขึ้นลงผันผวนอยู่ตลอดเวลา นับเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับการชำระเงินค่าสินค้าเป็นเงินสกุลต่างประเทศจะได้เงินบาทมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ วิธีการหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการดำเนินการซื้อหรือขายเงินสกุลต่างประเทศกับธนาคาร โดยตกลงอัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารไว้ล่วงหน้า

      ผู้ซื้อและผู้ขายจึงจำเป็นต้องมีหลักการในการพิจารณาเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมสำหรับลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งแต่ละวิธีการจะสามารถใช้สำเร็จได้ด้วยดีขึ้นอยู่กับบุคลากรของผู้ประกอบการที่ต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน(ค่าเงินบาทอ่อน – แข็ง) เพื่อสามารถใช้ในการตัดสินใจที่จะซื้อ/ขาย เงินตราต่างประเทศ

      หลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการเพิ่มทักษะความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีความผันผวนได้เป็นอย่างดี

 

หัวข้อการสัมมนา

1. ภาพรวมการบริหารการเงิน
2. ทำความเข้าใจกับเงินสกุลสำคัญ เช่น เงินสกุลยูโร เหตุผลของที่มาและอิทธิพลของเงินสกุลสำคัญ
3. การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ทำไมเป็น premium และ discount
4. การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันของธนาคาร
5. ที่มาของอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง (Reference Rate)
6. เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนในระบบ Basket of Currency กับ Managed Float
7. เครื่องมือที่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    7.1 ทำสัญญาซื้อ/ขายเงินสกุลต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคาร (Forward Contract)
    7.2 Future Contract
    7.3 Option การใช้สิทธิซื้อ/ขาย
    7.4 Swaps
    7.5 ข้อพึงปฏิบัติตามสัญญา
    7.6 เปิดบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ (FCD= Foreign Currency Deposit)
8. การเลือกสกุลเงินในการซื้อ/ขายเพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
9. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ

เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา

การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

 

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อกเพื่อลดต้นทุน

วันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
การเก็บสต็อกไว้มากเกินไปทำให้ต้นทุนของบริษัทสูงและเสียเปรียบในการแข่งขัน แต่การเก็บสต็อกไว้ต่ำเกินไปก็ทำให้เสียเปรียบได้เช่นกันเพราะของอาจจะไม่พอสำหรับใช้หรือจำหน่ายส่งผลให้การปฏิบัติงานขลุกขลักเกิดความเสียหายจนถึงขั้นเสียโอกาสและเสียลูกค้า การที่ผู้รับผิดชอบด้านงานจัดซื้อไม่รู้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อของเข้ามาเพิ่มเติม และไม่รู้ถึงประมาณที่เหมาะสมสำหรับการสั่งซื้อในแต่ละครั้ง รวมถึงไม่สามารถคิดคำนวณเปรียบเทียบหาประโยชน์สูงสุดได้อย่างถูกต้องกรณีผู้ขายเสนอส่วนลดหรือมอบของแถมให้สำหรับการสั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก ปัญหาจากการตรวจนับสต็อกที่ไม่ถูกต้องและไม่รู้วิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การเสียเปรียบในการทำธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสและเสียลูกค้า ดังนั้น การเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการบริหารงานจัดซื้อและควบคุมดูแลระดับสต็อกให้พอดีที่ใช้กันในบริษัทชั้นนำ จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเกิดแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยที่บริษัทไม่ต้องเพิ่มพนักงานแต่อย่างใด
 
หัวข้อการสัมมนา
  1.       วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อก
  2.       วิธีการคำนวณค่าเสียหายกรณีเก็บสต็อกน้อยเกินไปส่งผลให้ของไม่พอใช้จนก่อให้เกิดความเสียหาย
  3.       แนวคิดเรื่องการเก็บสต็อกสำหรับผู้มีหน้าที่ในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
  4.       แนวคิดเรื่องระดับบริการ และสต็อกกันชน และคณะกรรมการบริหารพัสดุ
  5.       กุญแจ 4 ดอกเพื่อนำไปสู่ประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
5.1  กุญแจดอกที่ 1 – พยากรณ์ปริมาณการใช้งานและการขายได้แม่นยำ
5.2  กุญแจดอกที่ 2 – กำหนดปริมาณกันชนไว้เผื่อเหนียวได้อย่างเหมาะสม
5.3  กุญแจดอกที่ 3 – รู้ว่าเมื่อไรควรจะลงมือสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติม
5.4  กุญแจดอกที่ 4 – รู้ว่าควรสั่งซื้อครั้งละเท่าไรจึงจะประหยัดที่สุด
  1.       วิธีคำนวณเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกรณีผู้ขายมีส่วนลดหรือของแถม
  2.       วิธีการแยกแยะสินค้า/วัตถุดิบ/ชิ้นส่วน ให้ง่ายต่อการควบคุม ดูแล และจัดซื้อ เช่น
7.1 วิเคราะห์แบบพาเรโต้หรือเอบีซี (ABC & Pareto analysis)
7.2 วิเคราะห์ความวิกฤติของการใช้งาน (VED)
7.3 วิเคราะห์ความยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหา (SDE)
7.4 วิเคราะห์ความซับซ้อนในกระบวนการ GOLF
  1.       วิธีวางแผนการจัดซื้อจัดหาและเก็บสต็อกโดยใช้ระบบสามมิติ MUSIC (Multi Unit SelectiveInventory Control) Three Dimensional Approach
  2.       วิธีการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระดับสต็อกที่เก็บไว้
9.1 สต็อกพอใช้ได้นานเท่าไร MOS (Month of supply)
9.2 ใช้เงินหมุนสต็อกได้กี่รอบ ITR (Inventory turnover rate)
9.3  ดัชนีการเก็บอะไหล่ ( Spare Part Index )
  1.   วิธีการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
  2.   การหาข้อบกพร่องเมื่อเอกสารการเช็คสต็อกไม่ตรงกับของจริง
  3.   การกำหนดรหัสพัสดุและสินค้าเพื่อป้องกันการเก็บของซ้ำซ้อน
 
การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
วิทยากร
          คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
          วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจัดซื้อ โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
          (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
         **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 31 results.

Back to Top