ข้อควรรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตเปิดดำเนินการสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (ออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom)

วันที่ 02 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 12:00 น.
ณ ออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom

หลักการและเหตุผล

        ในการขอเปิดดำเนินการนั้นเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่กำหนดในบัตรส่งเสริมซึ่งผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ในบัตรส่งเสริม เพื่อผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการจัดเตรียมเอกสารสำหรับ การปรับเปลี่ยนวงเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะได้รับการยกเว้นได้อย่างถูกต้อง

หัวข้อสัมมนา

  1. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการ
  2. การกำหนดเวลาการนำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการตามประกาศที่ ป.1/2548
  3. วิธีปฏิบัติการตรวจสอบการเปิดดำเนินการ  และการกำหนดความหมายรายการเงินลงทุนตามประกาศที่ ป. 1/2545
ข้อมูลหลักสูตร :


   

ข้อควรรู้สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (ออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom)

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 12:00 น.
ณ ออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom

หลักการและเหตุผล

         บริษัทที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแล้ว บริษัทจำเป็นจะต้องมีการวางแผนการดำเนินการขององค์กรให้สอดรับกับสิทธิและประโยชน์ที่ได้รับ และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด บริษัทผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องทราบถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง หลังจากได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมแล้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร กรมสรรพากร เป็นต้น

 

หัวข้อการสัมมนา

  1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน
  2. นโยบายส่งเสริมการลงทุน
  3. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามบัตรส่งเสริมการลงทุน
  4. ขั้นตอนและวิธีการใช้สิทธิประโยชน์
    4.1 การนำเข้าช่างฝีมือและอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
    4.2 การขอเปิดดำเนินการ
    4.3 กรรมสิทธิ์ทางด้านที่ดิน
    4.4 การนำเข้าเครื่องจักรและการนำเข้าวัตถุดิบ
    4.5 ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อมูลหลักสูตร :




   


การบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อกเพื่อลดต้นทุน

วันที่ 12 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
การเก็บสต็อกไว้มากเกินไปทำให้ต้นทุนของบริษัทสูงและเสียเปรียบในการแข่งขัน แต่การเก็บสต็อกไว้ต่ำเกินไปก็ทำให้เสียเปรียบได้เช่นกันเพราะของอาจจะไม่พอสำหรับใช้หรือจำหน่ายส่งผลให้การปฏิบัติงานขลุกขลักเกิดความเสียหายจนถึงขั้นเสียโอกาสและเสียลูกค้า การที่ผู้รับผิดชอบด้านงานจัดซื้อไม่รู้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อของเข้ามาเพิ่มเติม และไม่รู้ถึงประมาณที่เหมาะสมสำหรับการสั่งซื้อในแต่ละครั้ง รวมถึงไม่สามารถคิดคำนวณเปรียบเทียบหาประโยชน์สูงสุดได้อย่างถูกต้องกรณีผู้ขายเสนอส่วนลดหรือมอบของแถมให้สำหรับการสั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก ปัญหาจากการตรวจนับสต็อกที่ไม่ถูกต้องและไม่รู้วิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การเสียเปรียบในการทำธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสและเสียลูกค้า ดังนั้น การเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการบริหารงานจัดซื้อและควบคุมดูแลระดับสต็อกให้พอดีที่ใช้กันในบริษัทชั้นนำ จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเกิดแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยที่บริษัทไม่ต้องเพิ่มพนักงานแต่อย่างใด
 
หัวข้อการสัมมนา
  1.       วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อก
  2.       วิธีการคำนวณค่าเสียหายกรณีเก็บสต็อกน้อยเกินไปส่งผลให้ของไม่พอใช้จนก่อให้เกิดความเสียหาย
  3.       แนวคิดเรื่องการเก็บสต็อกสำหรับผู้มีหน้าที่ในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
  4.       แนวคิดเรื่องระดับบริการ และสต็อกกันชน และคณะกรรมการบริหารพัสดุ
  5.       กุญแจ 4 ดอกเพื่อนำไปสู่ประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
5.1  กุญแจดอกที่ 1 – พยากรณ์ปริมาณการใช้งานและการขายได้แม่นยำ
5.2  กุญแจดอกที่ 2 – กำหนดปริมาณกันชนไว้เผื่อเหนียวได้อย่างเหมาะสม
5.3  กุญแจดอกที่ 3 – รู้ว่าเมื่อไรควรจะลงมือสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติม
5.4  กุญแจดอกที่ 4 – รู้ว่าควรสั่งซื้อครั้งละเท่าไรจึงจะประหยัดที่สุด
  1.       วิธีคำนวณเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกรณีผู้ขายมีส่วนลดหรือของแถม
  2.       วิธีการแยกแยะสินค้า/วัตถุดิบ/ชิ้นส่วน ให้ง่ายต่อการควบคุม ดูแล และจัดซื้อ เช่น
7.1 วิเคราะห์แบบพาเรโต้หรือเอบีซี (ABC & Pareto analysis)
7.2 วิเคราะห์ความวิกฤติของการใช้งาน (VED)
7.3 วิเคราะห์ความยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหา (SDE)
7.4 วิเคราะห์ความซับซ้อนในกระบวนการ GOLF
  1.       วิธีวางแผนการจัดซื้อจัดหาและเก็บสต็อกโดยใช้ระบบสามมิติ MUSIC (Multi Unit SelectiveInventory Control) Three Dimensional Approach
  2.       วิธีการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระดับสต็อกที่เก็บไว้
9.1 สต็อกพอใช้ได้นานเท่าไร MOS (Month of supply)
9.2 ใช้เงินหมุนสต็อกได้กี่รอบ ITR (Inventory turnover rate)
9.3  ดัชนีการเก็บอะไหล่ ( Spare Part Index )
  1.   วิธีการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
  2.   การหาข้อบกพร่องเมื่อเอกสารการเช็คสต็อกไม่ตรงกับของจริง
  3.   การกำหนดรหัสพัสดุและสินค้าเพื่อป้องกันการเก็บของซ้ำซ้อน
 
การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
วิทยากร
          คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
          วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจัดซื้อ โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
          (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
         **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   


พิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน ฉบับปี 2017

วันที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

หลักการและเหตุผล
     เนื่องด้วยกรมศุลกากรได้ใช้พิกัดศุลกากรในการจำแนกประเภทสินค้าเพื่อกำหนดอัตราภาษี พิกัดฯ ดังกล่าวถูกปรับปรุงแก้ไขให้มีความทันสมัยทุก 5 ปี สำหรับการแก้ไขรอบล่าสุด (HS2017) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 โดยกรมศุลกากรต้องปฏิบัติตามพิธีสารว่าด้วยการนำพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์อาเซียน ซึ่งต้องนำพิกัดศุลกากรอาเซียนฉบับปี 2017 มาใช้
     การสัมมนาหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าสัมมนาได้รับความรู้และเกิดความเข้าใจในระบบพิกัดอัตราศุลกากรและการแก้ไขปรับปรุง ความแตกต่างและความเชื่อมโยงระหว่างระบบพิกัดสากลขององค์การศุลกากรโลก (WCO) กับพิกัดฮาร์โมไนซ์ของอาเซียน การส่งผลของการเข้าร่วม AEC กับการใช้พิกัดศุลกากรอาเซียน แนวทางการแก้ไขปัญหาเมื่อผู้ส่งออกประสบปัญหาศุลกากรวินิจฉัยปัญหาพิกัดต่างกัน ณ ประเทศปลายทาง ทางออกสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเสนอปรับปรุงแก้ไขพิกัดฮาร์โมไนซ์ หรือฮาร์โมไนซ์อาเซียน การค้นหาข้อมูลคำวินิจฉัยพิกัดฯ ขององค์การศุลกากรโลก การยื่นขอคำวินิจฉัยพิกัดฯ ล่วงหน้าเพื่อให้สามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว ลดข้อขัดแย้งในการจำแนกประเภทพิกัดของสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร ซึ่งจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและยังส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในตลาดการค้าโลก

หัวข้อการสัมมนา
1. พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ และพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน ฉบับปี 2017
2. หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร และการจำแนกประเภทพิกัดศุลกากร
3. การนำพิกัดศุลกากรไปใช้ และการระงับข้อพิพาทด้านพิกัดศุลกากร ในเวทีระหว่างประเทศ
4. การแก้ไขปรับปรุงพิกัดอัตราอากรขาเข้า
5. กรณีศึกษา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก 
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ความรู้เบื้องต้นในการวางแผนความต้องการพัสดุ (MRP) สำหรับนักจัดซื้อ

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
การวางแผนความต้องการใช้พัสดุ (MRP) เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงกันของข้อมูลการขาย การตลาด การจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต การเก็บสต็อก การจัดส่ง และบัญชีการเงิน เพื่อให้ปฏิบัติการขององค์กรดำเนินไปด้วยความราบรื่นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลงานนี้ถือว่าเป็นงานสำคัญอย่างยิ่ง บางองค์กรอาจเอางานบางส่วน หรือทั้งหมดของการวางแผน MRP มาทับช้อนอยู่กับงานจัดซื้อ จึงเป็นความจำเป็นที่นักจัดซื้อต้องเข้าใจระบบการวางแผน MRP เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานไต้อย่างมีประสิทธิภาพราบรื่น และแม้ว่าฝ่ายจัดซื้อจะมิได้มีงานของการวางแผน MRP มาทับซ้อนอยู่ก็ตาม งานของฝ่ายจัดซื้อจะราบรื่นหรือขลุกขลักก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของฝ่ายวางแผน MRP จึงเป็นความจำเป็นที่นักจัดซื้อควรทำงานแบบรู้เขารู้เรา โดยทำความเข้าใจระบบการวางแผนความต้องการใช้พัสดุ (MRP) จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
หัวข้อการสัมมนา
1. ขอบเขตและหน้าที่ของการวางแผนความต้องการใช้พัสดุ
2. หากการวางแผนผิดพลาด จะส่งผลอย่างไรบ้างต่อ
- ฝ่ายขาย และฝ่ายการตลาด
- ฝ่ายจัดซื้อ
- ฝ่ายผลิต
- ฝ่ายสโตร์
- ฝ่ายจัดส่ง
- ฝ่ายบัญชีการเงิน
3. การพยากรณ์การขาย/การใช้ - Demand forecasting
4. สูตรการผลิต BOM - Bill of materials
5. MPS - Master production schedule สำคัญอย่างไร
6. วิธีคิดคำนวณย้อนกลับของ MRP - Material requirements planning
7. การวางแผนต้องเข้าใจป็ญหาและต้นทุนของการเก็บสต็อกด้วย
8. จุดสั่งซือ ROP - Reorder point
9. จำนวนการสั่งซื้อที่ประหยัด EOQ - Economic order quantity
การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนกจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
วิธีการสัมมนา
การบรรยาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
วิทยากร
คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
กรรมการผู้จัดการ สถาบันฝึกอบรมและสัมมนาวิชาชีพจัดซื้อ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
อัตราค่าสัมมนา
ผู้สนใจทั่วไป 3,900 บาท + VAT 273 บาท จ่ายสุทธิ 4,173 บาท
(อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
**สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)
2. กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก
3. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4. สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 34 results.

Back to Top