เทคนิคการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
        การเก็บสต็อกสินค้าไว้สูงเกินไป อาจทำให้ต้นทุนของบริษัทสูงขึ้น แต่ถ้าเก็บสต็อกไว้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจและเสียลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทอาจประสบปัญหาข้อผิดพลาดที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจนับจำนวนสินค้าไม่ถูกต้อง ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้ครบจำนวนตามความต้องการของลูกค้าภายนอกองค์กรและภายในองค์กร 

        การสัมมนาหลักสูตรนี้ มุ่งให้ผู้เข้าสัมมนาได้เรียนรู้และเข้าใจถึงเทคนิคการเช็คสต็อก และกระบวนการนับอย่างถูกต้องและถูกวิธี วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการตรวจนับ โดยการเรียนรู้เทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆที่จะนำมาใช้ช่วยการตรวจนับจากวิทยากรผู้มีประสบการณ์และชำนาญการจากการปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มเทคนิคและศักยภาพในการทำงานให้กับพนักงาน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


หัวข้อการสัมมนา
1. ความจำเป็นในการตรวจนับสินค้าและปัญหาที่เกิดจากการตรวจนับสินค้าผิดพลาด
2. การเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจนับสินค้า
3. การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจนับ
4. เทคนิคการเตรียมการตรวจนับ
5. เทคนิคการตรวจนับเพื่อป้องกันการรั่วไหล
    5.1 ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการตรวจนับสินค้า
    5.2 การเตรียมเอกสารสำหรับการตรวจนับสินค้า
    5.3 วิธีการตรวจนับสินค้าควบคู่กับการจ่ายสินค้าออกจากสต็อก
    5.4 การประมวลผลการตรวจนับสินค้า
    5.5 การกระทบยอด
6. การสังเกตการณ์ของผู้ตรวจสอบ
7. การสรุปประมวลผลการตรวจนับ
8. การถูกเปรียบเทียบโทษปรับ
9. วิธีการจัดการกับของเหลือและเศษซาก
10. การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจนับสินค้า

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีวิเคราะห์ต้นทุนและราคาขายของซัพพลายเออร์

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
         ทุกวันนี้ในวงการซื้อขายสินค้าและงานบริการทั่วไปทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ผู้ซื้อมักจะสำรวจราคาขายของสินค้าและงานบริการที่ต้องการในแค็ตตาล็อกสินค้า หรือ อี-แค็ตตาล็อกบนเว็บไซด์ของผู้ขาย เพื่อจะนำไปใช้ในการตั้งงบประมาณจัดซื้อสินค้าและบริการก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เจรจาต่อรอง ขอส่วนลดราคา และกระบวนการอื่นๆ ตามมา ซึ่งการ ตั้งราคาขายของสินค้าและงานบริการดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบมีเหตุและผลโดยฝ่ายขาย เนื่องจากการขายสินค้าจะต้องได้รับเงินค่าตอบแทนที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกระบวนการผลิตและการนำสินค้าและบริการออกสู่ตลาด รวมทั้งผลกำไรที่ต้องคำนวณรวมเข้าไปด้วย
         ดังนั้น ถ้าผู้ซื้อไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และหลักคิดของผู้ขายดังที่กล่าวมาข้างต้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการซื้อขายได้หลายประการ เช่น ไม่สามารถตกลงซื้อขายกันได้เลย ซื้อโดยต้องจ่ายราคาแพงเกินไป หรือซื้อแบบตกหลุมพรางของผู้ขาย เป็นต้น
         หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยให้ "นักจัดซื้อ" ทุกคนสามารถคิดวิเคราะห์ให้เห็นถึงต้นทุนและราคาที่แท้จริงและเหมาะสมของสินค้าและบริการที่ต้องการซื้อได้อย่างถูกต้องมากที่สุดเป็นสำคัญ
หัวข้อการสัมมนา
  1.       หลักการตั้งราคาของซัพพลายเออร์
  2.       การวิเคราะห์ราคา (Price Analysis)
  3.       การวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis)
  4.       คำนวณส่วนลด (Discounts)
  5.       ต้นทุนรวมหมด (TCO-Total Cost of Ownership)
  6.       การวิเคราะห์ต้นทุนทางตรงและทางอ้อม (Direct & Indirect Cost )
  7.       เส้นการเรียนรู้และเส้นประสบการณ์ (Learning Curve )
  8.       ต้นทุนที่แท้จริงและต้นทุนของการเพิ่มคุณค่า (Real Unit Cost & Value Added Cost)
        9.       การวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกการเสนอราคาจากหลายรูปแบบ (Analysingthe Supplier Quotation)
 การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
 
วิทยากร
         คุณเชี่ยวชาญ   รัตนามหัทธนะ
         กผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิชาชีพจัดซื้อ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
           (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
          **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
           เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   


ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
เมื่อบริษัทได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว บริษัทจำเป็นจะต้องมีการวางแผนการดำเนินการขององค์การให้สอดรับกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ดังนั้น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจึงจำเป็นต้องทราบถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องหลังจากได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมแล้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร กรมสรรพากร เป็นต้น

หัวข้อการสัมมนา
1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน
2. นโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Skill, Technology & Innovation – STI)
3. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามบัตรส่งเสริมการลงทุน
4. ขั้นตอนและวิธีการใช้สิทธิประโยชน์
4.1 การนำเข้าช่างฝีมือและอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
4.2 การขอเปิดดำเนินการ
4.3 กรรมสิทธิ์ทางด้านที่ดิน
4.4 การนำเข้าเครื่องจักรและการนำเข้าวัตถุดิบ
4.5 ภาษีเงินได้นิติบุคคล

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรระดับพื้นฐาน เหมาะสำหรับ ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ร่าง พ.ร.บ. “Transfer Pricing” การเตรียมความพร้อมและการป้องกันกรณีถูกตรวจสอบ

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
      เนื่องจากการประกอบธุรกิจในปัจจุบันทั้งกิจการในประเทศไทยและนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีลักษณะของบริษัทหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันในเครือเป็นกลุ่มๆเพิ่มจำนวนมากขึ้นตลอดเวลาส่งผลให้รายการทางบัญชีและการเงินมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจในลักษณะดังที่กล่าวมาจำนวนมากไม่ทราบวิธีการดำเนินการทางบัญชีและการเงิน รวมถึงการใช้หลักฐานและ เอกสารประกอบที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้กำหนดไว้
      ปัจจุบัน กรมสรรพากรเริ่มให้ความสำคัญกับรายการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัทในเครือเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกิจการที่ดำเนินการผิดพลาดและไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรายการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นและมักเป็นปัญหาอยู่เสมอ เช่น การซื้อขายระหว่างกัน Management fee, Royalty fee, Marketing fee, Technical Service fee การจ่ายเงินปันผล และรายการอื่นๆ โดยแต่ละรายการมักมีปัญหาทั้งในเรื่องของเอกสารประกอบการกำหนดราคา คำอธิบายประกอบไม่ชัดเจน และการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจในเอกสารหลักฐานรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ ผู้ประกอบการในหลายๆกิจการที่ทำธุรกรรมในลักษณะข้างต้นยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในเรื่องของราคาโอน (Transfer Pricing)
      ในระยะเวลาอันใกล้กรมสรรพากรกำลังจะมีร่างพระราชบัญญัติ “มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)” เพื่อให้เป็นกฎหมายควบคุมผู้ประกอบการให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด
ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น โดยจะต้องทราบถึงความสำคัญของกฎหมาย เอกสาร หลักฐาน รวมถึงการดำเนินการที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ความเสี่ยงหรือความเสียหายในการประกอบธุรกิจได้

หัวข้อการสัมมนา
1. ร่างพระราชบัญญัติ “ มาตรการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Transfer Pricing)”
2. การเตรียมความพร้อมของกิจการก่อนและหลังการประกาศใช้กฎหมาย (ร่าง พ.ร.บ. Transfer Pricing)
3. ความสัมพันธ์ของ Transfer Pricing กับบทบัญญัติตามประมวลที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 65 ทวิ (4) มาตรา 71 ทวิ มาตรา 70 ตรี และ ป.113/2545)
4. ลักษณะและปัญหาในทางปฏิบัติของรายการที่เกี่ยวกับ Transfer Pricing พร้อมแนวทางแก้ไข
5. ประเด็นที่กรมสรรพากรตรวจสอบเกี่ยวกับรายการ Transfer Pricing
6. การเลือกวิธีการคำนวณราคาตลาดที่ดีที่สุดตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร
7. เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเพื่อพิสูจน์ราคาตลาด
8. วิธีพิสูจน์ราคาตลาดที่กรมสรรพากรยอมรับ
9. กรณีศึกษา กรณีที่สรรพากรมองว่าเป็นการ Transfer Pricing ระหว่างบริษัท
10. วิธีปฏิบัติและหลักเกณฑ์ในการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
11. ปัญหาการบันทึกบัญชีระหว่างกลุ่มบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
12. คำพิพากษาฎีกา ข้อหารือภาษีอากร และคำวินิจฉัยกรมสรรพากร
13. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี / ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การจัดซื้อและบริหาร MRO & Office Supplies อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)

  หลักการและเหตุผล
MRO คือ Maintenance, Repair, and Operating supplies หมายถึงสิ่งของที่ใช้ในการบำรุงรักษา ซ่อมแซมปฏิบัติการ เพื่อให้การทำงานของฝ่ายผลิตดำเนินไปได้ตามที่ต้องการอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เช่นอะไหล่ เป็นต้น ส่วนOffice supplies นั้นคืออุปกรณ์ของใช้ในสำนักงาน เช่นเครื่องถ่ายเอกสาร กระดาษ ปากกา ดินสอ แฟ้ม กาแฟ กระดาษทิชชู อันเป็นสิ่งสนับสนุนให้ปฏิบัติการในสำนักงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเรามักเรียกกันว่า Stationery
ทั้ง MRO และ Office Supplies เป็นอุปกรณ์สนับสนุนปฏิบัติการหลักของบริษัท หากบริหารจัดการไม่ดีพอก็จะทำให้ปฏิบัติการหลักสะดุดหรือเสียหาย หรืออาจมีสต็อกเก็บไว้มากมายเกินความจำเป็น สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นกองหลัง ในขณะที่สินค้าและบริการของบริษัทคือกองหน้า หากกองหลังไม่ดี ก็ยากที่กองหน้าจะ
ไปต่อสู้กับคู่แข่งได้

หัวข้อการสัมมนา
1. เรียนรู้ Supply Positioning Model เพื่อจัดแบ่งตามความเสี่ยงและงบประมาณของสิ่งที่จะซื้อ
2. จะหาซื้อของได้จากที่ไหนบ้าง
    2.1 งานนิทรรศการ
    2.2 อินเตอร์เน็ต
    2.3 แค็ตตาล็อกและวารสารทางการค้า
    2.4 หอการค้า
    2.5 ปากต่อปาก
    2.6 ตัวเอง
3. การจัดทำ Supplier list แตกต่างจาก Approved Vendor List (AVL)
4. รู้จักเลือกใช้การจัดซื้อวิธีต่างๆ ให้เหมาะสม
   4.1 Blanket order
   4.2 Call-off contract
   4.3 Consignment purchasing
   4.4 Fixed contract
   4.5 Hand-to-mouth buying
   4.6 Online Purchasing
   4.7 Open-ended order
   4.8 Standing order
   4.9 Stockless purchasing
   4.10 Systems contracting
   4.11 Travelling purchase requisition
5. แนวคิดเรื่องการเก็บสต็อกอะไหล่ในกรณีต่างกัน
   5.1 Consumable spares
   5.2 Replacement spares
   5.3 Insurance spares
   5.4 Preventive maintenance
   5.5 Corrective maintenance
6. แนวคิดการซื้อแบบ Just-in-case เทียบกับ Just-in-time และข้อคิดเกี่ยวกับ Service Level
7. เรียนรู้ Pareto (ABC) Analysis เพื่อจัดลำดับความสิ้นเปลืองของงบประมาณการซื้อ
8. เรียนรู้ VED Analysis เพื่อจัดลำดับปัญหาความยุ่งยากเมื่อของไม่พอใช้
9. เรียนรู้ SDE Analysis เพื่อจัดลำดับปัญหาความยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหา
10. มองภาพ 3 มิติของ ABC-VED-SDE เพื่อวางแผนในการจัดซื้อจัดหา
11. การกำหนดรหัสพัสดุเพื่อป้องกันการเก็บของซ้ำซ้อน
12. ประโยชน์ของ Standardization
13. หลักคิดในการซื้อกับการเช่า อย่างไหนคุ้มค่ากว่ากัน

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนกจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
กรรมการผู้จัดการ สถาบันฝึกอบรมและสัมมนาวิชาชีพจัดซื้อโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

อัตราค่าสัมมนา
ผู้สนใจทั่วไป 3,900 บาท + VAT 273 บาท จ่ายสุทธิ 4,173 บาท
(อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
**สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**

หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)
2.กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก
3.ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4.สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน

การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 16-20 of 31 results.

Back to Top