การใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) อาเซียน – จีน เพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล

     ปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศมุ่งให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากความตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) เป็นหลัก เนื่องจากการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นอุปสรรคในการนำเข้าและส่งออกเพราะภาษีดังกล่าวทำให้เกิดต้นทุนการผลิตหรือทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ดังนั้น ทุกประเทศจึงหวังให้ประเทศของตนเองผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรและหวังว่าเมื่อนำวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปเข้ามาในราชอาณาจักรก็ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรหรือเสียภาษีศุลกากรในอัตราที่ต่ำกว่าการนำเข้าตามปกติ ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจผู้ซื้อในต่างประเทศมากกว่าการไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าหรือไม่มีหนังสือรับรอง
ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ FTA
     ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อความตกลงการค้าเสรีเช่นกันซึ่งความตกลงเขตการค้าเสรีที่ประเทศไทยบังคับใช้และได้รับความนิยมอย่างมาก คือ การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร
ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีของอาเซียน-จีน ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน จึงมีความจำเป็นต้องรู้จักกับการสำแดง
รายละเอียดในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ทั้ง 13 ช่อง และเรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีสำแดงรายละเอียดในช่องทั้ง 13 ช่องผิดพลาด


หัวข้อการสัมมนา
1. ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
2. ประโยชน์ของการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า
3. หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) และการสำแดงรายละเอียดใน Form E
4. ความหมายของการขนส่งสินค้าโดยตรง (Direct Consignment)
5. การซื้อขายผ่านประเทศที่สาม (Third Party Invoicing)
6. การซื้อขายแบบ Movement Certificate
7. ปัญหาใน Form E ที่ได้รับการแก้ไขโดยประเทศสมาชิกอาเซียน – จีน
8. การผ่อนผันความผิดพลาดเล็กน้อยใน Form E

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ / ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ข้อผิดพลาดทางด้านบัญชีของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

ถึงแม้กิจการจะได้รับการส่งเสริมการลงทุน แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของวิชาชีพบัญชี กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวิชาชีพบัญชี กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกฎระเบียบและข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาข้างต้น ยังพบว่ากิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนส่วนใหญ่มีความเข้าใจและบันทึกรายการทางบัญชีผิดพลาดอยู่เสมอ รวมถึงการนำข้อมูลทางด้านบัญชีไปจัดทำรายงานสำหรับส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนผิดพลาด อันได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและรายการที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการเกี่ยวกับบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการ หุ้นส่วน บริษัทในเครือ บริษัทแม่ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty fee) ค่าเครื่องหมายการค้า (Trademark fee) ค่าบริหารการจัดการ (management fee) และค่าดอกเบี้ย ก็เป็นรายการที่พบปัญหาอยู่เสมอ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รวมทั้งข้อหารือและ คำวินิจฉัยของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง ชัดเจน รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องมาจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน

หัวข้อการสัมมนา
1. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
1.1 คำนิยาม
1.2 การรับรู้รายการเป็นสินทรัพย์
1.3 วัดมูลค่าต้นทุน
1.4 หลักเกณฑ์ในการจำหน่ายสินทรัพย์
1.5 ประเด็นปัญหาที่พบ
1.6 การปันส่วนค่าเสื่อมราคาสำหรับกิจการ BOI และ Non BOI
1.7 การจัดทำทะเบียนสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน เพื่อส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.8 ปัญหาที่พบในการจัดทำรายงานที่ต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.9 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
2. ต้นทุนการกู้ยืม
2.1 คำนิยาม
2.2 การรับรู้รายการที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการกู้ยืม
2.3 ต้นทุนการกู้ยืมที่รวมเป็นสินทรัพย์
2.4 การเริ่มต้นการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.5 การหยุดพักการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.6 การสิ้นสุดการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.7 การปันส่วนต้นทุนการกู้ยืมระหว่างกิจการ BOI และ Non BOI
2.8 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
3. รายการบัญชีระหว่างกิจการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการ หุ้นส่วน บริษัทในเครือ บริษัทแม่ทั้งในและต่างประเทศ
3.1 ลักษณะของรายการที่เกิดขึ้น เช่น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty fee) ค่าเครื่องหมายการค้า (Trademark fee) ค่าบริการการจัดการ (management fee) ค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ
3.2 รายการ Transfer Pricing
3.3 ประเด็นปัญหาที่พบ
3.4 แนวทางการตรวจสอบของกรมสรรพากร
3.5 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
4. Update คำพิพากษาและข้อหารือ คำวินิจฉัยของกรมสรรพากร
5. คุณธรรมและจริยธรรมวิชาชีพ

เหมาะสำหรับ
เจ้าของธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

  •  หลักสูตรอยู่ระหว่างกรขออนุมัตินับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี (CPD) และผู้สอบบัญชี (CPA)
  •  ผู้เข้าอบรมกรุณากรอกข้อมูลรหัสเลขผู้ทำบัญชีและ/หรือผู้สอบบัญชีในระบบสมัครฝึกอบรมออนไลน์
ข้อมูลหลักสูตร :


   


เทคนิคการจัดระบบบริหารคลังสินค้า

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

      การบริหารสินค้าคงคลังและคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะช่วยในการกระจายสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพและทันเวลา อันจะนำมาซึ่งการลดต้นทุนของบริษัท แต่ยังมีบริษัทอีกจำนวนมากที่ไม่ เอาใจใส่ดูแลงานคลังสินค้าเท่าที่ควร ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่คลังสินค้าไม่สามารถหาสินค้าที่ลูกค้าต้องการได้ เพราะการจัดเก็บสินค้าไม่เป็นที่เป็นทางหรือเก็บไว้ในสถานที่ที่ถูกลืมไม่สามารถตรวจเช็คได้ รวมถึงวิธีการจัดเก็บไม่ถูกต้องทำให้สินค้าเสียหาย การดำเนินการบริหารคลังสินค้าอย่างไม่เป็นระบบ ดังที่กล่าวมาล้วนส่งผลให้การกระจายสินค้าสู่ลูกค้าเป็นไปอย่างล่าช้า เกิดความผิดพลาด รวมไปถึงการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
      การสัมมนาหลักสูตรนี้ จึงมุ่งให้ผู้เข้าสัมมนาได้เข้าใจถึงระบบบริหารคลังสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดภายในและภายนอกคลังสินค้า โดยการเรียนรู้จากวิทยากรที่ปรึกษาด้านระบบคลังสินค้าผู้มีประสบการณ์และชำนาญการจากการปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพความเป็นมืออาชีพด้านการบริหารสินค้าคงคลังให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา ส่งผลให้องค์กรสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายหรือเกินกว่าที่องค์กรกำหนดไว้

หัวข้อการสัมมนา

1. ขั้นตอนการบริหารคลังสินค้า
2. หลักการจัดสถานที่ภายในคลังสินค้า
2.1 ขนาดของคลังสินค้า
2.2 ลักษณะการจัดเก็บสินค้ารูปแบบต่างๆ
2.3 การจัดพื้นที่สำหรับปฏิบัติการภายในคลังสินค้า
3. เทคนิคการบริหารสินค้าในคลังสินค้า
4. การจัดเก็บสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการนำเข้า – ส่งออก
5. การบันทึกการรับ - จ่ายเพื่อให้มีการควบคุมจำนวนคงเหลืออย่างทันกาล (Update real time)
6. เทคนิคการตรวจนับสต็อก (STOCK) และการตรวจสอบเพื่อป้องกันการรั่วไหล
7. วิธีจัดการกับของเหลือและเศษซาก
8. วิธีการควบคุมความปลอดภัยในโกดังสินค้า
9. การจัดทำเอกสารในงานคลังสินค้า
10. วิธีปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาการนับสินค้าที่ไม่ตรงกับจำนวนคงเหลือในสต็อก กรณีจำนวนสินค้าขาดและเกิน
11. การจัดทำรายงานคลังสินค้าประเภทต่างๆ
12. เทคนิคการบริหารงานบริการของพนักงานคลังสินค้า
13. เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับงานคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
14. เทคนิคการสอนงานและคัดเลือกคนเพื่อทำงานในคลังสินค้า
15. เทคนิคการตรวจสอบและควบคุมผู้ปฏิบัติงานในคลังสินค้าเพื่อไม่ให้เกิดความรั่วไหล

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้า ผู้จัดการฝ่ายจัดส่ง ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ผู้จัดการฝ่ายบริหารคุณภาพ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ ห้องอบรม ชั้น 12 สมาคมสโมสรนักลงทุน

หลักการและเหตุผล
การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามมาตรา 28 และ มาตรา 29 เป็นสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนเพื่อการส่งออกซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง
ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องรู้วิธีการปฏิบัติและเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงระยะเวลาของการได้รับสิทธิประโยชน์ เพื่อสามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การประกอบธุรกิจ ซึ่งการสัมมนาหลักสูตรนี้จะเอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนต่อไป

หัวข้อสัมมนา
สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 28 หรือ มาตรา 29
แนวทางในการพิจารณาการให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า


1.วิธีการนำเข้าเครื่องจักร
  1.1 การผ่อนผันการใช้ธนาคารค้ำประกัน/การขอขยายเวลาการใช้ธนาคารค้ำประกัน
  1.2 การอนุมัติสั่งปล่อย/ถอนค้ำประกันเครื่องจักร
2. วิธีการใช้เครื่องจักรเพื่อการอื่น
  2.1การจำนอง/การเช่าซื้อ
  2.2การจำหน่าย/การโอน/การบริจาค
  2.3การนำเข้าเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น/การให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักร
  2.4การส่งเครื่องจักรออกไปต่างประเทศ
3. วิธีการขยายเวลาสิทธิประโยชน์เครื่องจักร
  3.1การขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง
  3.2 การขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและการเปิดดำเนินการ
4.การตัดบัญชีรายการเครื่องจักร
5.วิธีการสั่งปล่อยเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ (eMT)
  5.1 การจัดทำรายการบัญชีเครื่องจักร (Master list)
  5.2 การสั่งปล่อยเครื่องจักรตาม Master list


การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ข้อมูลหลักสูตร :


   


กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ 2560 และวิธีจัดเก็บค่าภาษีอากร

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล
          ตามที่กรมศุลกากรได้กำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกรวมถึงวิธีการจัดเก็บและการให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากรออกมาอย่างชัดเจนนั้น
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง แต่เนื่องจากปัจจุบันกรมศุลกากร
ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการดำเนินงานไปหลายรูปแบบส่งผลให้เงื่อนไขหรือข้อกำหนดบางข้อมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
          ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรทราบข้อกำหนดหรือกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายศุลกากรและวิธีจัดเก็บภาษีอากรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด
เพื่อจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดหรือป้องกันปัญหาที่เกิดจากการกระทำผิดกฎหมายได้ เพราะการกระทำผิดที่เกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนาย่อมส่งผลกระทบ
ไปสู่ผู้ประกอบการไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำผิดทางศุลกากรถือเป็นมูลเหตุพื้นฐานที่ทำให้สูญเสียทั้งเวลา ความรู้สึก และค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนของธุรกิจ

หัวข้อสัมมนา
1.ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายศุลกากรฉบับปี 2560 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า - ส่งออก -
  นำผ่าน เพื่อรองรับ AEC และ EEC
2.ความแตกต่างระหว่างกฎหมายศุลกากรฉบับเก่า (ปี 2469) และฉบับใหม่ (ปี 2560)
3.หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำเข้า - ส่งออก - นำผ่าน และการคำนวณภาษีอากร
4.ความผิดและแนวทางการเปรียบเทียบระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องศาล
5.แนวโน้มการแก้ไขกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการค้า
6.เทคนิคการเลือกใช้สิทธิประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายให้ความเหมาะสมกับธุรกิจ
7.เทคนิคการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บเอกสารเพื่อตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย(Post audit)
8.แนวทางปฏิบัติ ข้อควรระวัง และวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดทางศุลกากร
9.กรณีศึกษา คำวินิจฉัยกฤษฎีกา และคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญและน่าสนใจ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ / ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 16-20 of 39 results.

Back to Top