วิธีวิเคราะห์ต้นทุนและราคาขายของซัพพลายเออร์

วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
         ทุกวันนี้ในวงการซื้อขายสินค้าและงานบริการทั่วไปทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ผู้ซื้อมักจะสำรวจราคาขายของสินค้าและงานบริการที่ต้องการในแค็ตตาล็อกสินค้า หรือ อี-แค็ตตาล็อกบนเว็บไซด์ของผู้ขาย เพื่อจะนำไปใช้ในการตั้งงบประมาณจัดซื้อสินค้าและบริการก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เจรจาต่อรอง ขอส่วนลดราคา และกระบวนการอื่นๆ ตามมา ซึ่งการ ตั้งราคาขายของสินค้าและงานบริการดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบมีเหตุและผลโดยฝ่ายขาย เนื่องจากการขายสินค้าจะต้องได้รับเงินค่าตอบแทนที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกระบวนการผลิตและการนำสินค้าและบริการออกสู่ตลาด รวมทั้งผลกำไรที่ต้องคำนวณรวมเข้าไปด้วย
         ดังนั้น ถ้าผู้ซื้อไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และหลักคิดของผู้ขายดังที่กล่าวมาข้างต้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการซื้อขายได้หลายประการ เช่น ไม่สามารถตกลงซื้อขายกันได้เลย ซื้อโดยต้องจ่ายราคาแพงเกินไป หรือซื้อแบบตกหลุมพรางของผู้ขาย เป็นต้น
         หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยให้ "นักจัดซื้อ" ทุกคนสามารถคิดวิเคราะห์ให้เห็นถึงต้นทุนและราคาที่แท้จริงและเหมาะสมของสินค้าและบริการที่ต้องการซื้อได้อย่างถูกต้องมากที่สุดเป็นสำคัญ
หัวข้อการสัมมนา
  1.       หลักการตั้งราคาของซัพพลายเออร์
  2.       การวิเคราะห์ราคา (Price Analysis)
  3.       การวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis)
  4.       คำนวณส่วนลด (Discounts)
  5.       ต้นทุนรวมหมด (TCO-Total Cost of Ownership)
  6.       การวิเคราะห์ต้นทุนทางตรงและทางอ้อม (Direct & Indirect Cost )
  7.       เส้นการเรียนรู้และเส้นประสบการณ์ (Learning Curve )
  8.       ต้นทุนที่แท้จริงและต้นทุนของการเพิ่มคุณค่า (Real Unit Cost & Value Added Cost)
        9.       การวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกการเสนอราคาจากหลายรูปแบบ (Analysingthe Supplier Quotation)
 การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
 
วิทยากร
         คุณเชี่ยวชาญ   รัตนามหัทธนะ
         กผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิชาชีพจัดซื้อ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
           (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
          **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
           เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   


Customer Journey

วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 13:00 - 16:30 น.
ณ โรงแรม อมารี ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

หลักการและเหตุผล

Customer Journey

    ทำความเข้าใจกับการจัดการเพื่อมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด (Customer and Market Focus) และรู้จักกับกลยุทธ์ในการบริหารประสบการณ์ลูกค้า ด้วยเทคนิค CustomerJourneyMapping ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้เข้าใจลูกค้าแบบ Insight การดำเนินการในมุมมองของลูกค้าเพื่อมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของธุรกิจ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ต้นจนจบให้กับลูกค้า เป็นมาตรฐานคุณภาพจนเกิดความจงรักภักดี ซึ่งจะยึดลูกค้าไว้ได้อย่างแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า/บริการ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

หัวข้อการบรรยาย

1. ทำความรู้จักกับ TQA หมวด 3 การจัดการเพื่อมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด

2. Customer Segmentation and Targeted Customer

3. Voice of Customer

4. การจัดการเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

5. Customer Complaint Management

6. เทคนิคการจัดทำ Customer Journey Mapping: Step-by-step

7. การเขียน Journey Mapping ในมุมของลูกค้า

8. กำหนด Customer Touch Point

9. การสัมภาษณ์ประสบการณ์ลูกค้าเพื่อค้นหา Pain point และประเมิน   ความพึงพอใจ

10. การศึกษาเชิงปริมาณ (Quantitative Method) เพื่อระบุ Touch Point ที่สำคัญ

11. การวิเคราะห์เพื่อค้นหาโอกาสในการปรับปรุงและสร้างนวัตกรรมบริการ

12. ตัวอย่าง กรณีศึกษา Customer Journey Mapping และการวิเคราะห์ ของธุรกิจชั้นนำ

13. ถาม-ตอบ

อัตราค่าสัมมนา

  1. สมาชิกท่านแรกฟรี

  2. สมาชิกท่านที่ 2 เป็นต้นไป ท่านละ 800 บาท + Vat 56 บาท จ่ายสุทธิ 856 บาท/คน

  3. ผู้ใช้บริการหรือผู้สนใจทั่วไป ท่านละ 1,200 บาท + Vat 84 บาท จ่ายสุทธิ 1,284 บาท/คน

สัมมนานี้เหมาะสำหรับ

ผู้บริหารที่ดูแลงานด้านการขาย การตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ รวมถึงงานบริการ และผู้ที่ต้องการนำความรู้ไปใช้ในการ พัฒนาองค์กร

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อกเพื่อลดต้นทุน

วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
การเก็บสต็อกไว้มากเกินไปทำให้ต้นทุนของบริษัทสูงและเสียเปรียบในการแข่งขัน แต่การเก็บสต็อกไว้ต่ำเกินไปก็ทำให้เสียเปรียบได้เช่นกันเพราะของอาจจะไม่พอสำหรับใช้หรือจำหน่ายส่งผลให้การปฏิบัติงานขลุกขลักเกิดความเสียหายจนถึงขั้นเสียโอกาสและเสียลูกค้า การที่ผู้รับผิดชอบด้านงานจัดซื้อไม่รู้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อของเข้ามาเพิ่มเติม และไม่รู้ถึงประมาณที่เหมาะสมสำหรับการสั่งซื้อในแต่ละครั้ง รวมถึงไม่สามารถคิดคำนวณเปรียบเทียบหาประโยชน์สูงสุดได้อย่างถูกต้องกรณีผู้ขายเสนอส่วนลดหรือมอบของแถมให้สำหรับการสั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก ปัญหาจากการตรวจนับสต็อกที่ไม่ถูกต้องและไม่รู้วิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การเสียเปรียบในการทำธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสและเสียลูกค้า ดังนั้น การเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการบริหารงานจัดซื้อและควบคุมดูแลระดับสต็อกให้พอดีที่ใช้กันในบริษัทชั้นนำ จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเกิดแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยที่บริษัทไม่ต้องเพิ่มพนักงานแต่อย่างใด
 
หัวข้อการสัมมนา
  1.       วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อก
  2.       วิธีการคำนวณค่าเสียหายกรณีเก็บสต็อกน้อยเกินไปส่งผลให้ของไม่พอใช้จนก่อให้เกิดความเสียหาย
  3.       แนวคิดเรื่องการเก็บสต็อกสำหรับผู้มีหน้าที่ในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
  4.       แนวคิดเรื่องระดับบริการ และสต็อกกันชน และคณะกรรมการบริหารพัสดุ
  5.       กุญแจ 4 ดอกเพื่อนำไปสู่ประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงานจัดซื้อและจัดการสต็อก
5.1  กุญแจดอกที่ 1 – พยากรณ์ปริมาณการใช้งานและการขายได้แม่นยำ
5.2  กุญแจดอกที่ 2 – กำหนดปริมาณกันชนไว้เผื่อเหนียวได้อย่างเหมาะสม
5.3  กุญแจดอกที่ 3 – รู้ว่าเมื่อไรควรจะลงมือสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติม
5.4  กุญแจดอกที่ 4 – รู้ว่าควรสั่งซื้อครั้งละเท่าไรจึงจะประหยัดที่สุด
  1.       วิธีคำนวณเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกรณีผู้ขายมีส่วนลดหรือของแถม
  2.       วิธีการแยกแยะสินค้า/วัตถุดิบ/ชิ้นส่วน ให้ง่ายต่อการควบคุม ดูแล และจัดซื้อ เช่น
7.1 วิเคราะห์แบบพาเรโต้หรือเอบีซี (ABC & Pareto analysis)
7.2 วิเคราะห์ความวิกฤติของการใช้งาน (VED)
7.3 วิเคราะห์ความยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหา (SDE)
7.4 วิเคราะห์ความซับซ้อนในกระบวนการ GOLF
  1.       วิธีวางแผนการจัดซื้อจัดหาและเก็บสต็อกโดยใช้ระบบสามมิติ MUSIC (Multi Unit SelectiveInventory Control) Three Dimensional Approach
  2.       วิธีการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระดับสต็อกที่เก็บไว้
9.1 สต็อกพอใช้ได้นานเท่าไร MOS (Month of supply)
9.2 ใช้เงินหมุนสต็อกได้กี่รอบ ITR (Inventory turnover rate)
9.3  ดัชนีการเก็บอะไหล่ ( Spare Part Index )
  1.   วิธีการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
  2.   การหาข้อบกพร่องเมื่อเอกสารการเช็คสต็อกไม่ตรงกับของจริง
  3.   การกำหนดรหัสพัสดุและสินค้าเพื่อป้องกันการเก็บของซ้ำซ้อน
 
การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
วิทยากร
          คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
          วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจัดซื้อ โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
          (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
         **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   


หลักเกณฑ์สำคัญในการนำเข้า-ส่งออก

วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)

หลักการและเหตุผล
พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฎิบัติงานด้านการซื้อขายข้ามประเทศจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์สำคัญในการนำเข้า-ส่งออกให้ถ่องแท้เสียก่อนเป็นประเด็นสำคัญ ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้จะได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์จากวิทยากรผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการนำเข้าและส่งออกที่จะแนะนำวิธีการให้ท่านสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อกิจการของบริษัท

หัวข้อการสัมมนา
1. ความเหมือนและความแตกต่าง INCOTERMS®2010 กับ INCOTERMS®2000
2. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแต่ละ Terms of Shipment
3. ข้อมูลจำเพาะของ Containers และประโยชน์การใช้งาน
4. เงื่อนไขการบรรทุกสินค้าใน Containers
5. ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องกับการส่งมอบและรับมอบสินค้าที่ขนส่งโดยเรือ
6. สรุปขั้นตอนการส่งสินค้าทางเรือ
7. ประเภทของสินค้าที่ส่งทางอากาศ
8. สรุปขั้นตอนการส่งสินค้าทางอากาศ
9. การประกันภัยขนส่งสินค้ากับการค้าระหว่างประเทศ
10. เงื่อนไขการชำระเงินค่าสินค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ O/A, B/C และ L/C
11. การตรวจสอบเอกสาร (Shipping Documents) ที่จะใช้ผ่านพิธีการนำเข้า-ส่งออก
12. กฎหมายศุลกากรของไทยที่ควรทราบ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป


วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
คุณจันทรา สิงหพันธุ
ผู้จัดการฝ่ายจัดหาและส่งออก บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ

อัตราค่าสัมมนา
ผู้สนใจทั่วไป 3,900 บาท + VAT 273 บาท จ่ายสุทธิ 4,173 บาท
(อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
**สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การจัดเตรียมเอกสารเพื่อการค้าระหว่างประเทศและ Incoterms®2010

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศทั้งด้านการนำเข้าและการส่งออกล้วนแต่ใช้เอกสารในการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากผู้ส่งออกไปยังผู้นำเข้า ซึ่งเอกสารดังกล่าวอาจออกโดยผู้ส่งออกส่วนหนึ่งและบางส่วนต้องใช้เอกสารที่ออกโดยส่วนราชการ บริษัทรับขนส่งสินค้า บริษัทประกันภัย ฯลฯ ความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้มีความจำเป็นในการจัดทำหรือจัดหาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ อีกทั้งต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของเครื่องมือการชำระเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่นและผู้ประกอบการด้านนี้ควรให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ การสัมมนาหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้นำเข้าส่งออกสามารถจัดทำเอกสารได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของเครื่องมือในการชำระเงินที่รัดกุม เหมาะสม ไม่เสียเปรียบในเชิงการค้าก่อให้เกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมด้านการเงินสำหรับการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขสัญญา ข้อตกลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการปฏิเสธการชำระเงิน รวมทั้งมีความรู้ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารนั้นได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะมีการชำระเงินเพราะถ้าตรวจพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องผู้ซื้อมีสิทธิที่จะไม่ชำระเงินได้

หัวข้อการอบรม

1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาซื้อ-ขาย (PURCHASE CONTRACT, PROFORMA INVOICE)
1.1 ข้อความที่สำคัญที่จะต้องกำหนดทุกครั้ง
1.2 ข้อความที่ควรระวัง
1.3 ข้อบังคับทางการค้าฉบับปรับปรุง (INCOTERMS’2010)
2. EX-WORK, FREE ALONGSIDE SHIP, FREE CARRIER, FREE ON BOARD
3. COST& FREIGHT, CARRIAGE PAID TO..,COST,INSURANCE & FREIGHT
4. CARRIAGE INSURANCE PAID TO.., DELIVERED AT TERMINAL, DELIVERED AT PLACE, DELIVER DUTY PAID
5. เอกสารทางการเงิน (FINANCIAL DOCUMENT)
6. เอกสารทางการขนส่ง (TRANSPORT DOCUMENT)
7. เอกสารทางการค้า (COMMERCIAL DOCUMENT)
8. การจัดทำเอกสารเพื่อขอเปิด Letter of Credit กับธนาคาร (วงจรเอกสารประเทศผู้ส่งออกไปประเทศผู้นำเข้าการทำ Shipping Guarantee, Trust Receipt)
9. การจัดทำเอกสารภายใต้เงื่อนไข Letter of Credit (ขั้นตอนการจัดทำ การตรวจ และการปฏิเสธ)
9.1 AT SIGHT
9.2 TERMS
10. การจัดทำ การจัดหา การนำไปใช้เอกสารเกี่ยวกับตั๋วเรียกเก็บ (BILL FOR COLLECTION)
11. เอกสารเกี่ยวกับ OPEN ACCOUNT
12. เอกสารเกี่ยวกับ CASH IN ADVANCED เพื่อการชำระเงินล่วงหน้าหรือใช้ซื้อเงินสกุลต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้า

 

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก เจ้าของกิจการและผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 11-15 of 27 results.

Back to Top