วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับส่วนสูญเสียวัตถุดิบสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 12:00 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

หลักการและเหตุผล
ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30, 36(1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมฯ นำวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นเข้ามาผลิตเพื่อการส่งออกแล้ว ต้องมีส่วนสูญเสียของวัตถุดิบจากการผลิตเกิดขึ้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจความหมายเกี่ยวกับส่วนสูญเสียวัตถุดิบ เพื่อที่จะสามารถคำนวณได้ถูกต้องตามกำหนดเงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียของวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามประกาศสำนักงานที่ ป.4/2543 เรื่อง เงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียและเศษซากของวัตถุดิบ ตามมาตรา 30 และ ป.5/2543 เรื่อง เงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียและเศษซากของวัตถุดิบ ตามมาตรา 36 (1)

หัวข้อการสัมมนา
1. บทสรุปเงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียและเศษซากของวัตถุดิบตามมาตรา 30
2. บทสรุปเงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียและเศษซากของวัตถุดิบตามมาตรา 36 (1) (2)
3. วิธีการปฏิบัติสำหรับส่วนสูญเสียตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.4/2543 และ ป.5/2543
4. การส่งออก จำหน่าย และตัดบัญชีส่วนสูญเสียของวัตถุดิบ
5. หลักฐานและเอกสารที่ใช้ในการส่งออก จำหน่าย และตัดบัญชีส่วนสูญเสียของวัตถุดิบ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” ผู้บริหารงาน/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน และผู้ที่สนใจทั่วไป

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านเขตปลอดอากร (Free Zone)และเขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone)

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
    เนื่องจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศใช้พระราชบัญญัติ กนอ. (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 โดยเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ “เขตประกอบการเสรี” จะมา แทนที่ “เขตอุตสาหกรรมส่งออก” นอกจากนี้ กฎหมายฉบับใหม่ยังเอื้ออำนวยต่อการเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากได้แก้ไขบทบัญญัติบางประการเพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ โดยกรมศุลกากรรับผิดชอบกำหนดระเบียบปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อควบคุม ดูแลและรับผิดชอบในเรื่องภาษีอากรของรัฐ และเพื่อการส่งเสริมการส่งออกแก่ผู้ประกอบการทั้งในเขตอุตสาหกรรมทั่วไปและเขตอุตสาหกรรมส่งออก

    ในขณะเดียวกัน สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรสำหรับการประกอบการในเขตปลอดอากรที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายศุลกากรก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกับเขตประกอบการเสรี แม้ว่าจะเป็นรูปแบบการให้สิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรศึกษารายละเอียด เพื่อสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ และใช้สิทธิประโยชน์ได้เต็มศักยภาพเหมาะสมกับประเภทกิจการ

หัวข้อการสัมมนา
1. ความหมายของ “เขตปลอดอากร และเขตประกอบการเสรี”
2. สิทธิประโยชน์เขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone)
3. สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร (Free Zone)
4. วิธีดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรี
5. การปฏิบัติพิธีการศุลกากรในเขตประกอบการเสรีและเขตปลอดอากร
6. การใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร เขตประกอบการเสรี และสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (BOI) 19 ทวิ คลังสินค้าทัณฑ์บน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
7. สิทธิประโยชน์พิเศษทางภาษีอากรเฉพาะสำหรับการประกอบธุรกรรมในเขตปลอดอากร และเขตประกอบการเสรี เพื่อการจำหน่ายในประเทศ
8. ภาษีมูลค่าเพิ่มในเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก 
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ความรู้การนำเข้าและส่งออกทั้งระบบเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
        เนื่องจากในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ มีการนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตเพื่อส่งออก หรือซื้อสินค้าจากประเทศหนึ่งส่งไปขายอีกประเทศหนึ่ง ขั้นตอนมีการสลับซ้อน ประเทศคู่ค้ามีกฎเกณฑ์ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานที่กำหนด การใช้เทอมการค้าอย่างไรถึงเหมาะสมให้ได้ประโยชน์ รวมถึงการใช้เครื่องมือในการชำระเงินที่มีความเสี่ยงจะลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างไร และการใช้สิทธิประโยชน์ศุลกากรในเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้องในข้อตกลงในเรื่องการค้าเสรี
        หลักสูตรนี้นำเสนอเรื่องเทอมการค้าสากล เครื่องมือในการชำระเงิน เทคนิคในการใช้เทอม แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการพิธีการศุลกากร การเลือกเงื่อนไขในการประกันภัย การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หัวข้อการสัมมนา
1.วงจรนำเข้า-ส่งออก
2.ขั้นตอนในการส่งสินค้าออกและนำเข้า
3.สัญญาซื้อขาย สาระสำคัญในการทำสัญญา ข้อควรระวัง การกำหนดเงื่อนไข เทอมการค้าการชำระค่าสินค้า
4.เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า ความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย (Incoterms ® 2010)
   4.1 Rules for any mode or modes of transport
   4.2 Rules for sea and Inland waterway of transport
5.เครื่องมือที่ใช้ในการชำระค่าสินค้า หลักการและวิธีการของ
   5.1 การชำระเงินด้วยเล็ตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit)
   5.2 ตั๋วเรียกเก็บผ่านธนาคาร (Bill for Collection)
   5.3 การฝากขาย (Consignment)
   5.4 ผู้ขายเปิดบัญชีขายเชื่อให้กับผู้ซื้อ (Open Account)
   5.5 การชำระเงินล่วงหน้าหรือการชำระด้วยเงินสด (Cash in Advanced)
6.ขั้นตอนในการส่งสินค้า และการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องทางการค้าระหว่างประเทศ
   6.1 เอกสารทางการเงิน (Financial Document)
   6.2 เอกสารทางการขนส่ง (Transport Document)
   6.3 เอกสารทางการค้า (Commercial Document)
7.เทคนิคเบื้องต้นในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Forward Contract, Option, Swap ฯลฯ
8.แนวทางในการเลือกประกันภัยเพื่อคุ้มครองสินค้าที่จัดซื้อจากต่างประเทศ
9.แนวทางในการเลือกวิธีการขนส่งสินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศที่คุ้มค่าปลอดภัย ทันเวลา และเหมาะสมกับสินค้า
10.พิธีการศุลกากรขาออก/ขาเข้าและการตรวจปล่อยสินค้า
11.หลักเกณฑ์ในการเสียภาษี การประเมินราคา และการคำนวณค่าภาษีอากร
12.การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เช่น FTA การขอคืนอากรมาตรา 19 ทวิ เขตปลอดอากร(Free Zone) เป็นต้น
13.กรณีศึกษา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
        เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
        การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

การยกเลิกการสัมมนา
       เนื่องจาก สมาคมได้จัดเตรียมการสัมมนาไว้ล่วงหน้า กรณีที่ท่านสำรองที่นั่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากท่านประสงค์ยกเลิกการเข้าร่วมสัมมนา
กรุณาทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนาไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

ข้อมูลหลักสูตร :


   


เจาะลึกการตีความ ISBP No.745E (INTERNATIONAL STANDARD BANKING PRACTICE)สำหรับการตรวจเอกสารส่งออกและนำเข้าภายใต้เลตเตอร์ออฟเครดิต

วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

      International Standard Banking Practice (ISBP) คือ กฎมาตรฐานสากลปฏิบัติในการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิต ภายใต้ UCP 600 สำหรับผู้ส่งออก- ผู้นำเข้า
เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิต และผู้ที่สนใจ ซึ่งกฎ ISBP นี้ออกโดยหอการค้านานาชาติ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นส่วนขยายหรือภาคผนวกที่ช่วยขยายความในมาตราต่างๆของ UCP 600 ให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจาก UCP 600 ไม่สามารถบรรจุเนื้อหาที่ใช้ยึดถือปฏิบัติในการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิตได้ครบถ้วน ดังนั้น หอการค้านาชาติจึงได้จัดทำ ISBP เพื่อเป็นกฎมาตรฐานสากลที่ช่วยขยายความในกฎของ UCP 600 ดังกล่าว และใช้เป็นหลักยึดถือปฏิบัติในการจัดทำเอกสารและการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิต เพื่อลดข้อขัดแย้งในการตีความของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ประหยัดเวลาในการดำเนินการ และทำให้ผู้ประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น

หัวข้อการสัมมนา
1. ความรู้เกี่ยวกับการชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิต
2. ความรู้เกี่ยวกับ Incoterm®2010                         
3. การตีความกฎมาตรฐานสากลในการปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิต
    ฉบับค.ศ. 2010(ISBP. No. 745E)
    3.1 ข้อพิจารณาเบื้องต้น (Preliminary Considerations)
    3.2 หลักการทั่วไป (General Principles)
    3.3 ตั๋วแลกเงินและการคำนวณวันครบกำหนด
    3.4 ใบกำกับราคาสินค้า (INVOICE)
    3.5 เอกสารการขนส่งที่ครอบคลุมวิธีการขนส่งอย่างน้อย 2 วิธี (MULTIMODAL OR COMBINED TRANSPORT DOCUMENT)
          3.5.1 บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง : ท่าเรือและท่าอากาศยานต้นทาง สถานที่ - ท่าเรือ - ท่าอากาศยาน - ปลายทาง และประเด็นอื่นๆ
          3.5.2 ระยะเวลายื่นเอกสารการขนส่งหลายชุด เอกสารการขนส่งที่ปราศจากข้อบกพร่อง รายละเอียดสินค้า ชื่อและที่อยู่ของตัวแทนส่งมอบ
                  การแก้ไข/ปรับเปลี่ยน และประเด็นอื่นๆ
    3.6 ใบตราส่งสินค้าทางทะเล (Bill of Lading)
    3.7 ใบตราส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทะเล (NON - NEGOTIABLE SEA WAYBILL)
    3.8 ใบตราส่งสินค้าประเภทมีสัญญาเช่าเรือ (Charter Party Bill of Lading)
    3.9 เอกสารการขนส่งทางอากาศ (Air Transport Documents)
    3.10 เอกสารการขนส่งทางถนน ทางรถไฟ หรือทางน้ำในประเทศ
    3.11 เอกสารประกันภัยและภัยที่คุ้มครอง (Insurance Document and Coverage)
    3.12 ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificates of Origin)
    3.13 ใบแสดงการหีบห่อ (PACKING LIST) ใบแสดงน้ำหนัก (WEIGHT LIST)
    3.14 ใบรับรองของผู้รับประโยชน์ ใบรับรองเรื่อง : การวิเคราะห์ – การตรวจสอบ – สุขอนามัย –
           สุขอนามัยพืช – ปริมาณ – คุณภาพ และใบรับรองอื่น ๆ
4. ข้อผิดพลาดของเอกสาร (Discrepancy) ในการจัดทำเอกสารขอยของเลตเตอร์ออฟเครดิต
5. คดีเกี่ยวกับการชำระเงินโดยเลตเตอร์ออฟเครดิตที่นำสู่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและคำพิพากษาฎีกาที่สำคัญ 

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีวิเคราะห์ต้นทุนและราคาขายของซัพพลายเออร์

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
         ทุกวันนี้ในวงการซื้อขายสินค้าและงานบริการทั่วไปทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ผู้ซื้อมักจะสำรวจราคาขายของสินค้าและงานบริการที่ต้องการในแค็ตตาล็อกสินค้า หรือ อี-แค็ตตาล็อกบนเว็บไซด์ของผู้ขาย เพื่อจะนำไปใช้ในการตั้งงบประมาณจัดซื้อสินค้าและบริการก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ เจรจาต่อรอง ขอส่วนลดราคา และกระบวนการอื่นๆ ตามมา ซึ่งการ ตั้งราคาขายของสินค้าและงานบริการดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบมีเหตุและผลโดยฝ่ายขาย เนื่องจากการขายสินค้าจะต้องได้รับเงินค่าตอบแทนที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกระบวนการผลิตและการนำสินค้าและบริการออกสู่ตลาด รวมทั้งผลกำไรที่ต้องคำนวณรวมเข้าไปด้วย
         ดังนั้น ถ้าผู้ซื้อไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และหลักคิดของผู้ขายดังที่กล่าวมาข้างต้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการซื้อขายได้หลายประการ เช่น ไม่สามารถตกลงซื้อขายกันได้เลย ซื้อโดยต้องจ่ายราคาแพงเกินไป หรือซื้อแบบตกหลุมพรางของผู้ขาย เป็นต้น
         หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยให้ "นักจัดซื้อ" ทุกคนสามารถคิดวิเคราะห์ให้เห็นถึงต้นทุนและราคาที่แท้จริงและเหมาะสมของสินค้าและบริการที่ต้องการซื้อได้อย่างถูกต้องมากที่สุดเป็นสำคัญ
หัวข้อการสัมมนา
  1.       หลักการตั้งราคาของซัพพลายเออร์
  2.       การวิเคราะห์ราคา (Price Analysis)
  3.       การวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis)
  4.       คำนวณส่วนลด (Discounts)
  5.       ต้นทุนรวมหมด (TCO-Total Cost of Ownership)
  6.       การวิเคราะห์ต้นทุนทางตรงและทางอ้อม (Direct & Indirect Cost )
  7.       เส้นการเรียนรู้และเส้นประสบการณ์ (Learning Curve )
  8.       ต้นทุนที่แท้จริงและต้นทุนของการเพิ่มคุณค่า (Real Unit Cost & Value Added Cost)
        9.       การวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกการเสนอราคาจากหลายรูปแบบ (Analysingthe Supplier Quotation)
 การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
          ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม
 
วิทยากร
         คุณเชี่ยวชาญ   รัตนามหัทธนะ
         กผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิชาชีพจัดซื้อ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
          ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
           (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
          **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
 
การยกเลิกการสัมมนา
           เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 6-10 of 21 results.

Back to Top