ข้อผิดพลาดทางด้านบัญชีของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

ถึงแม้กิจการจะได้รับการส่งเสริมการลงทุน แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของวิชาชีพบัญชี กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวิชาชีพบัญชี กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกฎระเบียบและข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาข้างต้น ยังพบว่ากิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนส่วนใหญ่มีความเข้าใจและบันทึกรายการทางบัญชีผิดพลาดอยู่เสมอ รวมถึงการนำข้อมูลทางด้านบัญชีไปจัดทำรายงานสำหรับส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนผิดพลาด อันได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและรายการที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการเกี่ยวกับบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการ หุ้นส่วน บริษัทในเครือ บริษัทแม่ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty fee) ค่าเครื่องหมายการค้า (Trademark fee) ค่าบริหารการจัดการ (management fee) และค่าดอกเบี้ย ก็เป็นรายการที่พบปัญหาอยู่เสมอ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รวมทั้งข้อหารือและ คำวินิจฉัยของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง ชัดเจน รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องมาจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน

หัวข้อการสัมมนา
1. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
1.1 คำนิยาม
1.2 การรับรู้รายการเป็นสินทรัพย์
1.3 วัดมูลค่าต้นทุน
1.4 หลักเกณฑ์ในการจำหน่ายสินทรัพย์
1.5 ประเด็นปัญหาที่พบ
1.6 การปันส่วนค่าเสื่อมราคาสำหรับกิจการ BOI และ Non BOI
1.7 การจัดทำทะเบียนสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน เพื่อส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.8 ปัญหาที่พบในการจัดทำรายงานที่ต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.9 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
2. ต้นทุนการกู้ยืม
2.1 คำนิยาม
2.2 การรับรู้รายการที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการกู้ยืม
2.3 ต้นทุนการกู้ยืมที่รวมเป็นสินทรัพย์
2.4 การเริ่มต้นการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.5 การหยุดพักการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.6 การสิ้นสุดการรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์
2.7 การปันส่วนต้นทุนการกู้ยืมระหว่างกิจการ BOI และ Non BOI
2.8 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
3. รายการบัญชีระหว่างกิจการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการ หุ้นส่วน บริษัทในเครือ บริษัทแม่ทั้งในและต่างประเทศ
3.1 ลักษณะของรายการที่เกิดขึ้น เช่น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty fee) ค่าเครื่องหมายการค้า (Trademark fee) ค่าบริการการจัดการ (management fee) ค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ
3.2 รายการ Transfer Pricing
3.3 ประเด็นปัญหาที่พบ
3.4 แนวทางการตรวจสอบของกรมสรรพากร
3.5 การเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน
4. Update คำพิพากษาและข้อหารือ คำวินิจฉัยของกรมสรรพากร
5. คุณธรรมและจริยธรรมวิชาชีพ

เหมาะสำหรับ
เจ้าของธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

  •  หลักสูตรอยู่ระหว่างกรขออนุมัตินับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี (CPD) และผู้สอบบัญชี (CPA)
  •  ผู้เข้าอบรมกรุณากรอกข้อมูลรหัสเลขผู้ทำบัญชีและ/หรือผู้สอบบัญชีในระบบสมัครฝึกอบรมออนไลน์
ข้อมูลหลักสูตร :


   


เจาะลึกการทำสัญญาจัดซื้อ/ ว่าจ้าง

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
          นักจัดซื้อทุกคนจำเป็นต้องรู้หลักกฎหมายซื้อขายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ สัญญาว่าจ้าง ความรับผิดชอบของผู้ซื้อและผู้ขาย หลักฐานการซื้อขายเพื่อการฟ้องบังคับคดี การรับโอนกรรมสิทธิ์สินค้าที่ซื้อ การตรวจรับหรือปฏิเสธการรับมอบสินค้า การกำหนดค่าปรับ การเรียกร้องค่าเสียหาย และการออกใบสั่งซื้อที่มีเงื่อนไขที่รัดกุม
          หลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายซื้อขายได้ สามารถร่างข้อตกลงสัญญาซื้อขายและตรวจร่างสัญญาซื้อขาย ระบุเงื่อนไขที่สำคัญและจำเป็นในสัญญาหรือในใบสั่งซื้อได้ รู้หลักกฎหมายธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์และสามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น คำสั่งซื้อและตอบรับทางแฟกซ์ อีเมล์ ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร ตลอดจนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการต่างๆ
 
หัวข้อการสัมมนา
  1.   อำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายของนักจัดซื้อ
  2.   ความรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งของฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขาย
  3.   ความผูกพันของใบสั่งซื้อและใบเสนอราคา
  4.   การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสินค้า
  5.   การตรวจรับและการปฏิเสธไม่รับสินค้า
  6.   การกำหนดบทปรับที่ถูกต้องและรัดกุม
  7.   การเรียกร้องค่าเสียหาย กรณีผู้ขายผิดสัญญา
  8.   การตีความข้อสัญญา
  9.   แนวทางการร่างสัญญาจัดซื้อและว่าจ้าง
  10.   ตัวอย่างเงื่อนไขที่จำเป็นต้องระบุในสัญญาระยะยาว 3-5 ปี
  11.   ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์คืออะไรและมีผลทางกฎหมายอย่างไร
  12.   การติดตามสัญญาและบริหารสัญญา
  13.   วิธีระงับข้อโต้แย้งข้อพิพาทหลายวิธี และการเลือกวิธีที่เหมาะสม
  14.   การเลือกใช้คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
  15.   ตัวอย่างสัญญาซื้อสินค้าและบริการทั้งฉบับ
 
การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
         คุณสุชาติ ประเสริฐสม C.P.S.
         กรรมการบริหาร บจก. อัลฟ่า แมเนจเมนท์ คอนซัลแตนท์
อัตราค่าสัมมนา
        ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
        (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
        **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)                  
2. กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก         
3. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4. สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน
 
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
 
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์  อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
 
 
ข้อมูลหลักสูตร :


   


เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะทำงานจัดซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)

หลักการและเหตุผล
หลายบริษัทต้องการให้พนักงานหมุนเวียนการทำงาน (Job rotation) เพื่อป้องกันมิให้งานการของบริษัทสะดุดขลุกขลักเสียหาย หากพนักงานคนใดลาออกหรือหยุดงานกระทันหัน อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงานเองที่จะได้เพิ่มพูนความรู้และฝึกฝนความชำนาญ ให้กว้างขวางขึ้น พร้อมที่จะเจริญเติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานต่อไป
แต่เมื่อคนทำงานจัดซื้อสินค้าในประเทศจะหมุนเวียนไปซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เป็นความเสี่ยงไม่น้อยหากเกิดความผิดพลาดขึ้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือนักจัดซื้อคนนั้นควรจะต้องเรียนรู้หลักการพื้นฐานในการจัดซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้ถูกต้องเอาไว้ก่อน ไม่ควรลอง ผิดลองถูกเป็นอันขาดเพราะแก้ไขยาก หลักสูตรนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนจะลงมือทำงาน

หัวข้อการสัมมนา
1. ภาษาอังกฤษจำเป็นต้องแข็งแรงในระดับใด จึงจะพอทำงานได้
2. สิ่งที่แตกต่างจากการซื้อสินค้าในประเทศคืออะไรบ้าง
3. ข้อควรคำนึงเมื่อจะให้ซัพพลายเออร์จากต่างประเทศส่งของมาให้เราทางเรือ ทางเครื่องบิน
ทางบก ทางคูเรียร์ และทางไปรษณีย์
4. ทำความเข้าใจใน INCOTERMS 2000 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญในการจัดซื้อต่างประเทศ
5. ทำความเข้าใจวิธีการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งไม่เหมือนการจัดซื้อในประเทศ
6. ความจำเป็นและวิธีการทำประกันภัยสินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ
7. เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการนำสินค้าเข้ามาในประเทศ
8. กรมศุลกากรมีวิธีประเมินราคาสินค้าที่เรานำเข้าเพื่อป้องกันเราลักไก่ได้อย่างไร
9. การใช้สิทธิประโยชน์เพื่อลดภาษีอากรในการนำเข้า เช่นบีโอไอ 19-ทวิ คลังสินค้าทัณฑ์บน นิคมอุตสาหกรรม การชดเชยการส่งออก FTA

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนกจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
คุณจันทรา สิงหพันธุ
ผู้จัดการฝ่ายจัดหาและส่งออก บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ


อัตราค่าสัมมนา
ผู้สนใจทั่วไป 3,900 บาท + VAT 273 บาท จ่ายสุทธิ 4,173 บาท
(อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
**สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**

หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)
2. กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก
3. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4. สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน

การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การจัดทำและตรวจเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศภายใต้ เงื่อนไข L/C ตามกติกา UCP 600

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล

การที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าตกลงที่จะใช้ Letter of Credit เป็นเครื่องมือในการชำระเงิน ธนาคารทั้งในประเทศผู้นำเข้าและประเทศผู้ส่งออก รวมไปถึงธนาคารที่โอนเงินตาม L/C ทุกฝ่ายจะต้องมีความเข้าใจเงื่อนไขของ L/C และประเพณีรวมถึงวิธีปฏิบัติสำหรับเครดิตที่มีเอกสารประกอบของหอการค้านานาชาติ เพื่อการจัดทำเอกสารได้ถูกต้องตรงกันทุกฝ่าย ไม่เกิดข้อผิดพลาด (Discrepancy) ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ส่งออกถูกปฏิเสธการชำระเงิน เพราะผู้นำเข้ามีการตรวจเอกสารเช่นเดียวกันก่อน ธนาคารผู้เปิด L/C ชำระเงินจะดำเนินการชำระเงินให้กับผู้ส่งออก ซึ่งการจัดทำเอกสารและการตรวจเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศจะต้องดำเนินการภายใต้ เงื่อนไขของ Letter of Credit และถูกต้องตามกติกาของ UCP 600 เพราะเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา

 

หัวข้อการสัมมนา

1.วงจร Letter of Credit ตัวอย่างพร้อมอธิบายความหมายของ L/C แต่ละเทคนิคเทอม
2.การใช้ประโยชน์ของ Standby Letter of Credit
3.การพิจารณาคำสั่งการชำระเงินที่เป็น Restricted L/C
4.พิจารณาเงื่อนไข L/C ไม่ขัดแย้งกับ INCOTERMS ® 2010
5.จำนวนประเภทเอกสารที่ใช้และผู้รับผิดชอบการออกเอกสาร
6.วิเคราะห์ UCP กำหนดความหมายของแต่ละเทอมโดยมีการให้คำจำกัดความ
   6.1 ความหมายเกี่ยวกับ Shipment Term เช่น “First half of February”
   6.2 วิธีการนับคำว่า “form” และ “after”
   6.3 ความหมาย Banks deal with documents and not with goods
   6.4 มาตรฐานการตรวจเอกสารของธนาคาร
   6.5 ความหมายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ L/C Expired
   6.6 วิธีการนับวันสำหรับ Maximum of five banking days และวิธีการใช้
   6.7 ความหมายของ “CLEAN OCEAN BILL OF LADING”
   6.8 การปฏิเสธเอกสารที่มีข้อผิดพลาด (Discrepancy)
   6.9 หน้าที่และความรับผิดชอบของธนาคารที่เกี่ยวข้อง
   6.10 คำว่า “about หรือ approximately” ความหมาย +/- 10 % วิธีปฏิบัติ
   6.11 วิธีปฏิบัติในการทยอยส่งสินค้า (partial)
   6.12 วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นประจำใน Bill of Lading
   6.13 ความแตกต่างระหว่างการส่งสินค้าเป็นงวด ๆ และการทยอยส่งสินค้า
   6.14 ผู้รับผิดชอบกรณีเอกสารปลอมแปลง สูญหายและแปลข้อความผิด
   6.15 ความรับผิดชอบของผู้นำเข้าในการขอเปิด Letter of Credit
   6.16 วิธีปฏิบัติสำหรับผู้รับประโยชน์ (Beneficiary) รายแลกตาม L/C ที่ต้องการโอน L/C ให้ผู้อื่น

 

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ

          เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ/เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายต่างประเทศ  ฝ่ายนำเข้า-ส่งออก และผู้สนใจทั่วไป

 

วิธีการสัมมนา

            การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การจัดซื้อและบริหาร MRO & Office Supplies อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)

  หลักการและเหตุผล
MRO คือ Maintenance, Repair, and Operating supplies หมายถึงสิ่งของที่ใช้ในการบำรุงรักษา ซ่อมแซมปฏิบัติการ เพื่อให้การทำงานของฝ่ายผลิตดำเนินไปได้ตามที่ต้องการอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เช่นอะไหล่ เป็นต้น ส่วนOffice supplies นั้นคืออุปกรณ์ของใช้ในสำนักงาน เช่นเครื่องถ่ายเอกสาร กระดาษ ปากกา ดินสอ แฟ้ม กาแฟ กระดาษทิชชู อันเป็นสิ่งสนับสนุนให้ปฏิบัติการในสำนักงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเรามักเรียกกันว่า Stationery
ทั้ง MRO และ Office Supplies เป็นอุปกรณ์สนับสนุนปฏิบัติการหลักของบริษัท หากบริหารจัดการไม่ดีพอก็จะทำให้ปฏิบัติการหลักสะดุดหรือเสียหาย หรืออาจมีสต็อกเก็บไว้มากมายเกินความจำเป็น สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นกองหลัง ในขณะที่สินค้าและบริการของบริษัทคือกองหน้า หากกองหลังไม่ดี ก็ยากที่กองหน้าจะ
ไปต่อสู้กับคู่แข่งได้

หัวข้อการสัมมนา
1. เรียนรู้ Supply Positioning Model เพื่อจัดแบ่งตามความเสี่ยงและงบประมาณของสิ่งที่จะซื้อ
2. จะหาซื้อของได้จากที่ไหนบ้าง
    2.1 งานนิทรรศการ
    2.2 อินเตอร์เน็ต
    2.3 แค็ตตาล็อกและวารสารทางการค้า
    2.4 หอการค้า
    2.5 ปากต่อปาก
    2.6 ตัวเอง
3. การจัดทำ Supplier list แตกต่างจาก Approved Vendor List (AVL)
4. รู้จักเลือกใช้การจัดซื้อวิธีต่างๆ ให้เหมาะสม
   4.1 Blanket order
   4.2 Call-off contract
   4.3 Consignment purchasing
   4.4 Fixed contract
   4.5 Hand-to-mouth buying
   4.6 Online Purchasing
   4.7 Open-ended order
   4.8 Standing order
   4.9 Stockless purchasing
   4.10 Systems contracting
   4.11 Travelling purchase requisition
5. แนวคิดเรื่องการเก็บสต็อกอะไหล่ในกรณีต่างกัน
   5.1 Consumable spares
   5.2 Replacement spares
   5.3 Insurance spares
   5.4 Preventive maintenance
   5.5 Corrective maintenance
6. แนวคิดการซื้อแบบ Just-in-case เทียบกับ Just-in-time และข้อคิดเกี่ยวกับ Service Level
7. เรียนรู้ Pareto (ABC) Analysis เพื่อจัดลำดับความสิ้นเปลืองของงบประมาณการซื้อ
8. เรียนรู้ VED Analysis เพื่อจัดลำดับปัญหาความยุ่งยากเมื่อของไม่พอใช้
9. เรียนรู้ SDE Analysis เพื่อจัดลำดับปัญหาความยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหา
10. มองภาพ 3 มิติของ ABC-VED-SDE เพื่อวางแผนในการจัดซื้อจัดหา
11. การกำหนดรหัสพัสดุเพื่อป้องกันการเก็บของซ้ำซ้อน
12. ประโยชน์ของ Standardization
13. หลักคิดในการซื้อกับการเช่า อย่างไหนคุ้มค่ากว่ากัน

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนกจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
กรรมการผู้จัดการ สถาบันฝึกอบรมและสัมมนาวิชาชีพจัดซื้อโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

อัตราค่าสัมมนา
ผู้สนใจทั่วไป 3,900 บาท + VAT 273 บาท จ่ายสุทธิ 4,173 บาท
(อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
**สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**

หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)
2.กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก
3.ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4.สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน

การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 21 results.

Back to Top