วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ ห้อง Trophy ชั้น 1 โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า วัตถุดิบและวัสดุจำเป็น ตามมาตรา 30, 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ต้องเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตราที่กิจการได้รับการส่งเสริม รวมถึงขั้นตอนปฏิบัติและกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุด

หัวข้อการสัมมนา
1. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 36 (1) (2)
1.1 การพิจารณาบัญชีรายการวัตถุดิบพร้อมปริมาณสต็อกสูงสุด
1.2 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.3 การพิจารณาสูตรการผลิต
1.4 การตัดบัญชีวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.5 การใช้ธนาคารค้ำประกันวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.6 การนำผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปแล้วกลับมาซ่อมแซม
1.7 การตัดบัญชีวัตถุดิบส่วนสูญเสียจากการผลิต
1.8 การโอนวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.9 การขอชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.10 การขอชำระอากรขาเข้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร ขาเข้า
1.11 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.12 การปฏิบัติหลังสิ้นสุดสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36(1) (2)
2. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30
2.1 การพิจารณาอนุมัติบัญชีรายการวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.2 การพิจารณาปริมาณสต็อควัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.3 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.4 การพิจารณาสูตรการผลิต
2.5 การสรุปยอดวัตถุดิบคงเหลือ
2.6 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30

วิธีการสัมมนา
การบรรยายเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 3,210 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563
เวลา 09.00-16.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
 “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)

วันที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ ห้อง Trophy ชั้น 1 โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
การบริการสั่งปล่อยและตัดบัญชีวัตถุดิบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (RAW MATERIAL TRACKING SYSTEM: RMTS) เป็นบริการที่สมาคมเปิดให้บริการแก่กิจการหรือบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรการนำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30 และมาตรา 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ซึ่งกิจการหรือบริษัทดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ควรเรียนรู้วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS) เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด

หัวข้อการสัมมนา

1. ขั้นตอนดำเนินการเพื่อใช้สิทธิและประโยชน์ด้านวัตถุดิบ
2. วิธีปฏิบัติสำหรับฐานข้อมูลวัตถุดิบ สูตรการผลิตและการปรับยอดวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการ
    - สรุปภาพรวมสำหรับการจัดทำฐานข้อมูลวัตถุดิบ สูตรการผลิตและการปรับยอดวัตถุดิบ
3. วิธีปฏิบัติสำหรับการสั่งปล่อยวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการสั่งปล่อยวัตถุดิบด้วยระบบ IC Online System
    - สรุปภาพรวมสำหรับการสั่งปล่อยวัตถุดิบ
4. วิธีปฏิบัติสำหรับการตัดบัญชีวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการตัดบัญชีวัตถุดิบด้วยระบบ IC Online System
    - สรุปภาพรวมสำหรับการตัดบัญชีวัตถุดิบ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหรือ ผู้ประสานงานการส่งเสริมการลงทุน

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 2,675 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2562
เวลา 09.00-17.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

วิธีการสัมมนา
การบรรยายและฝึกปฏิบัติ (Workshop)

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมต้องนำมาสำหรับการอบรม (Workshop)
1. Computer-Notebook รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi (ไม่ Fix IP address)
2. Web browser (Internet Explorer, Google Chrome, Firefox)
3. Microsoft Excel version 2007 ขึ้นไป

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

ข้อมูลหลักสูตร :


   


กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ 2560 และวิธีจัดเก็บค่าภาษีอากร

วันที่ 30 มกราคม 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
          ตามที่กรมศุลกากรได้กำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกรวมถึงวิธีการจัดเก็บและการให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากรออกมาอย่างชัดเจนนั้น
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง แต่เนื่องจากปัจจุบันกรมศุลกากร
ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการดำเนินงานไปหลายรูปแบบส่งผลให้เงื่อนไขหรือข้อกำหนดบางข้อมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
          ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรทราบข้อกำหนดหรือกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายศุลกากรและวิธีจัดเก็บภาษีอากรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด
เพื่อจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดหรือป้องกันปัญหาที่เกิดจากการกระทำผิดกฎหมายได้ เพราะการกระทำผิดที่เกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนาย่อมส่งผลกระทบ
ไปสู่ผู้ประกอบการไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำผิดทางศุลกากรถือเป็นมูลเหตุพื้นฐานที่ทำให้สูญเสียทั้งเวลา ความรู้สึก และค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนของธุรกิจ

หัวข้อสัมมนา
1.ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายศุลกากรฉบับปี 2560 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า - ส่งออก -
  นำผ่าน เพื่อรองรับ AEC และ EEC
2.ความแตกต่างระหว่างกฎหมายศุลกากรฉบับเก่า (ปี 2469) และฉบับใหม่ (ปี 2560)
3.หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำเข้า - ส่งออก - นำผ่าน และการคำนวณภาษีอากร
4.ความผิดและแนวทางการเปรียบเทียบระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยไม่ต้องนำคดีไปฟ้องศาล
5.แนวโน้มการแก้ไขกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการค้า
6.เทคนิคการเลือกใช้สิทธิประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายให้ความเหมาะสมกับธุรกิจ
7.เทคนิคการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บเอกสารเพื่อตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย(Post audit)
8.แนวทางปฏิบัติ ข้อควรระวัง และวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดทางศุลกากร
9.กรณีศึกษา คำวินิจฉัยกฤษฎีกา และคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญและน่าสนใจ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ / ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

การยกเลิกการสัมมนา

เนื่องจาก สมาคมได้จัดเตรียมการสัมมนาไว้ล่วงหน้า กรณีที่ท่านสำรองที่นั่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากท่านประสงค์ยกเลิกการเข้าร่วมสัมมนา กรุณาทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา
ไม่น้อยกว่า  7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา

ข้อมูลหลักสูตร :


   


ข้อพึงระวังในการจัดทำบัญชี การเตรียมตัวเพื่อรองรับการตรวจสอบ และแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดทำบัญชีของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 01 - 02 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09:00 - 17:30 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมักจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายภายหลังจากได้รับบัตรส่งเสริม และโดยมากจะสับสนกับการเริ่มต้นว่า จะจัดทำบัญชีอย่างไรสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถใช้สิทธิใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับมานั้นอย่างถูกต้องคุ้มค่ามากที่สุด
การเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และแนวทางการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรการส่งเสริมการลงทุน โดยมุ่งเน้นถึงข้อพึงระวังในการจัดทำบัญชีสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริม สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี และการขอใช้สิทธิประโยชน์เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
รวมทั้ง ยังมุ่งเน้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ สำหรับรองรับการตรวจสอบทั้ง จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสรรพากร โดยการบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประเด็นปัญหาที่สำคัญ ประกอบกับให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงตามตัวอย่างที่กำหนด เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และลดความสับสนเมื่อกลับไปปฏิบัติงานจริง
หัวข้อการสัมมนา
วันแรก
1. ปรับพื้นฐานความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเมื่อได้รับส่งเสริมการลงทุน
1.1 นโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน
1.2 สิทธิและประโยชน์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน
1.3 สาระสำคัญ และเงื่อนไขเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
2. ข้อควรรู้ก่อนการจัดทำบัญชีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
3. แนวความคิดในการจัดทำบัญชี
3.1 รายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม
3.2 ค่าใช้จ่ายตามสิทธิและประโยชน์ในมาตรา 35
3.3 หลักการคำนวณผลประกอบการที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคลของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
4. แนวทางการจัดทำเบียนทรัพย์สินเพื่อรองรับการตรวจสอบเปิดดำเนินการ
5. การรายงานตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
6. หลักเกณฑ์การขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
7. การยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
8. แบบรายงานของผู้สอบบัญชีในการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม
9. กรณีศึกษาวิธีการจัดทำแบบคำขอใช้สิทธิประโยชน์เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
วันที่สอง
1. การวางแผนจัดเตรียม และการใช้ข้อมูลทางบัญชี เพื่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
1.1 แบบรายงานความคืบหน้าของโครงการ
1.2 แบบ ต.ส.310
1.3 แบบคำขอเปิดดำเนินการ
1.4 แบบคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
2. งบการเงินสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
3. ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการจัดทำประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปี
4. ตัวอย่างการประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน(Non BOI)
5. การจัดทำ ภ.ง.ด. 50 ของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และปัญหาที่พบพร้อมแนวทางแก้ไข
6. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ของ ภงด.51 และ 50
7. กรณีเหตุอันสมควรตามกฎหมายภาษีอากร
8. หลักเกณฑ์การเสียภาษีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non BOI)
9. แนวทางการตรวจสอบแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ตามประกาศที่ ป.5/2544)
10. ตัวอย่างข้อหารือ และคำวินิจฉัยจากกรมสรรพากร
11. คุณธรรม จริยธรรม หรือจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน” เจ้าของกิจการ ผู้บริหารงาน ผู้จัดทำบัญชีของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และผู้ที่สนใจทั่วไป

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


พิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน ฉบับปี 2017

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
     เนื่องด้วยกรมศุลกากรได้ใช้พิกัดศุลกากรในการจำแนกประเภทสินค้าเพื่อกำหนดอัตราภาษี พิกัดฯ ดังกล่าวถูกปรับปรุงแก้ไขให้มีความทันสมัยทุก 5 ปี สำหรับการแก้ไขรอบล่าสุด (HS2017) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 โดยกรมศุลกากรต้องปฏิบัติตามพิธีสารว่าด้วยการนำพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์อาเซียน ซึ่งต้องนำพิกัดศุลกากรอาเซียนฉบับปี 2017 มาใช้
     การสัมมนาหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าสัมมนาได้รับความรู้และเกิดความเข้าใจในระบบพิกัดอัตราศุลกากรและการแก้ไขปรับปรุง ความแตกต่างและความเชื่อมโยงระหว่างระบบพิกัดสากลขององค์การศุลกากรโลก (WCO) กับพิกัดฮาร์โมไนซ์ของอาเซียน การส่งผลของการเข้าร่วม AEC กับการใช้พิกัดศุลกากรอาเซียน แนวทางการแก้ไขปัญหาเมื่อผู้ส่งออกประสบปัญหาศุลกากรวินิจฉัยปัญหาพิกัดต่างกัน ณ ประเทศปลายทาง ทางออกสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเสนอปรับปรุงแก้ไขพิกัดฮาร์โมไนซ์ หรือฮาร์โมไนซ์อาเซียน การค้นหาข้อมูลคำวินิจฉัยพิกัดฯ ขององค์การศุลกากรโลก การยื่นขอคำวินิจฉัยพิกัดฯ ล่วงหน้าเพื่อให้สามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว ลดข้อขัดแย้งในการจำแนกประเภทพิกัดของสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร ซึ่งจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและยังส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในตลาดการค้าโลก

หัวข้อการสัมมนา
1. พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ และพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน ฉบับปี 2017
2. หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร และการจำแนกประเภทพิกัดศุลกากร
3. การนำพิกัดศุลกากรไปใช้ และการระงับข้อพิพาทด้านพิกัดศุลกากร ในเวทีระหว่างประเทศ
4. การแก้ไขปรับปรุงพิกัดอัตราอากรขาเข้า
5. กรณีศึกษา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก 
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 38 results.

Back to Top