วิธีการวัดผลงานจัดซื้อ และการทำรายงานจัดซื้อ

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม จัสมิน (สุขุมวิท 23)
หลักการและเหตุผล
        รายงานจำนวนรับใบขอสั่งซื้อ (PR) จำนวนออกใบสั่งซื้อ (PO) รายการสั่งซื้อสินค้าและจำนวนเงินที่ใช้ในการสั่งซื้อสินค้าเป็นรายงานที่ไม่สามารถใช้ในการวัดผลงานได้ แต่ควรใช้รายงานรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปีอย่างมีประสิทธิภาพและมีประโยชน์ต่อผู้อ่านรายงานมากกว่า รวมถึงสามารถใช้วัดผลงานและตรวจสอบแผนกจัดซื้อได้อย่างเหมาะสมที่สุด
หัวข้อการสัมมนา
  1. วิธีทำรายงาน Cost Saving, Cost Reduction, Cost Avoidance
          (How to report cost saving, cost reduction & avoidance)
  1. เรื่องของ Benchmarking, CSF (Critical Success Factor), KPI (Key Performance Index) และ BSC (Balance scorecard)
  2. วัดผลงานแบบ Quantitative & Qualitative Performance Measurement
  3. วิธีดู Efficiency & Effectiveness และตรวจสอบงานจัดซื้อ (Auditing the efficiency and purchasing effectiveness)
  4. วิธีกำหนดวัตถุประสงค์ในงานจัดซื้อให้ชัดเจน (How to write a clear and practical purchasing objective)
  5. รูปแบบรายงานจัดซื้อแบบที่ช่วยการทำงานฝ่ายบริหาร (Which type of purchasing report that executives must have)
  6. บทสรุปในการวัดผลงานที่ทุกบริษัทต้องสนใจ (The latest research about how to measure)
  7. ตัวอย่างการทำรายงานที่ดีและสามารถแสดงผลงานได้ (How to do the valuable purchasing report)
  1. ข้อพึงปฏิบัติ 11 ข้อ เพื่อให้เกิดการยอมรับนับถืองานจัดซื้อ (How the purchaser get the recognition from executive)

 การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
       ผู้จัดการ/หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าแผนก/เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ที่สนใจทั่วไป
 
วิธีการสัมมนา
          การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

วิทยากร
           คุณเชี่ยวชาญ รัตนามหัทธนะ C.P.M.,A.P.P.,MCIPS
           วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจัดซื้อ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
 
อัตราค่าสัมมนา
            ผู้สนใจทั่วไป    3,900  บาท  +  VAT  273 บาท         จ่ายสุทธิ  4,173  บาท
            (อัตรานี้รวมค่าเอกสาร วุฒิบัตรนักจัดซื้อมืออาชีพ อาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
             **สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งดรับชำระเงินหน้างาน กรุณาชำระก่อนวันอบรมทุกกรณี**
หมายเหตุ :
1. สมาคมได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป. 101/2544 ข้อ 12/1(2)
2. กรุณาระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา กรณีเป็นสาขาให้ระบุเป็นตัวเลขจำนวน 5 หลัก
3. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
4. สมาคมขอสงวนสิทธิ์ งด ชำระหน้างาน กรุณาชำระค่าสัมมนาก่อนวัน
การยกเลิกการสัมมนา
เนื่องจาก สมาคมต้องจัดเตรียมการสัมมนาล่วงหน้า ในกรณีที่ท่านสำรองที่นั่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ กรุณาแจ้งล่วงหน้าโดยทำหนังสือยกเลิกกับเจ้าหน้าที่สมาคม ก่อนวันสัมมนา 7 วันทำการ มิฉะนั้น สมาคมจำเป็นต้องเก็บค่าธรรมเนียมจากท่าน 50% ของราคาค่าสัมมนา
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ คุณศิริรัตน์ อุปเถย์
แผนกฝึกอบรมและบริการนักลงทุน โทรศัพท์ 0-2936-1429 ต่อ 207 โทรสาร 0-2936-1441-2
E-mail : siriratu@ic.or.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ic.or.th
ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีการขอเปิดดำเนินการสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม บูเลอวาร์ด กรุงเทพ (สุขุมวิท 5)

หลักการและเหตุผล
ในการขอเปิดดำเนินการนั้น เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่กำหนดในบัตรส่งเสริมซึ่งผู้ได้รับการส่งเสริม การลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ และเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติตามเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ในบัตรส่งเสริม เพื่อผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการปรับเปลี่ยนวงเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะได้รับการยกเว้นได้อย่างถูกต้อง

หัวข้อการสัมมนา
1. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการ
2. การกำหนดเวลาการนำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการตามประกาศที่ ป.1/2548
3. วิธีปฏิบัติการตรวจสอบการเปิดดำเนินการและการกำหนดความหมายรายการเงินลงทุนตามประกาศที่ ป.1/2545

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “ข้อควรรู้หลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน”ผู้บริหารงาน/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการโครงการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การนำเข้า-ส่งออกและสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ภายใต้กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่

วันที่ 20 - 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (ถนนสุขุมวิท 6)

      ในปัจจุบันกรมศุลกากรพัฒนาบทบาทและหน้าที่จากเดิมที่เน้นการจัดเก็บภาษีอากรจากสินค้าที่นำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรมาเป็นมุ่งเน้นที่จะพัฒนาส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศ อำนวยความสะดวกทางการค้าและปกป้องสังคม กรมศุลกากรจึงพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานตามภารกิจในการจัดเก็บภาษีอากรจากการนำสินค้าเข้าและส่งออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส อาทิ การแก้ไขกฎหมายศุลกากรที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 การปรับปรุงระบบการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการนำเอาเทคโนโลยีด้านการควบคุมทางศุลกากรมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อปกป้องสังคมจากสินค้าที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น

      สมาคมสโมสรนักลงทุนจึงจัดสัมมนาหัวข้อ "การนำเข้า – ส่งออกและสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรภายใต้กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ (e-Import – e-Export & e-Tax Incentive)” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ การเสียภาษีอากร ระเบียบพิธีการศุลกากร และการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่กรมศุลกากรปรับปรุงใหม่ อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ปฏิบัติงานเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อการสัมมนา

วันแรก
1. พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก
2. อากรศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอากรอื่นๆ
3. e-Import : การผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้า
4. การประเมินราคาศุลกากร (GATT) ค่าสิทธิ (Royalty Fee) ค่านายหน้า ค่าประกันภัย
ค่าขนส่งทางเรือ/อากาศยาน
5. เงื่อนไขในการส่งมอบสินค้า Incoterms®2010
6. พิกัดอัตราศุลกากร HS Code / AHTN 2017
7. การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร
7.1 การยกเว้นหรือลดอัตราอากรมาตรา 12
7.2 การยกเว้นหรือลดอัตราอากรมาตรา 14 (FTA)
8. ปัญหา ข้อควรระวัง และแนวทางในการแก้ไขข้อผิดพลาดการปฏิบัติพิธีการศุลกากรนำเข้า

วันที่สอง
1. e-Export : การผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการส่งออก
2. การยกเว้นอากรสำหรับของส่งออกแล้วนำกลับเข้ามาในภายหลัง (สุทธินำกลับ)
3. การคืนอากรสำหรับของส่งกลับ (Re-export)
4. การคืนอากรสำหรับของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นแล้วส่งออก
ไปนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 29
5. คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse)
6. เขตปลอดอากร (Free Zone)
7. เขตประกอบการเสรี (I-EAT Free Zone)
8. การส่งเสริมการลงทุน (BOI)
9. การขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร (Tax Coupon)
10. ปัญหา ข้อควรระวัง และแนวทางในการแก้ไขข้อผิดพลาดการปฏิบัติพิธีการศุลกากรส่งออก


การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ / ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า วัตถุดิบและวัสดุจำเป็น ตามมาตรา 30, 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ต้องเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตราที่กิจการได้รับการส่งเสริม รวมถึงขั้นตอนปฏิบัติและกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุด

หัวข้อการสัมมนา
1. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 36 (1) (2)
1.1 การพิจารณาบัญชีรายการวัตถุดิบพร้อมปริมาณสต็อกสูงสุด
1.2 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.3 การพิจารณาสูตรการผลิต
1.4 การตัดบัญชีวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.5 การใช้ธนาคารค้ำประกันวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.6 การนำผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปแล้วกลับมาซ่อมแซม
1.7 การตัดบัญชีวัตถุดิบส่วนสูญเสียจากการผลิต
1.8 การโอนวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.9 การขอชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.10 การขอชำระอากรขาเข้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร ขาเข้า
1.11 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.12 การปฏิบัติหลังสิ้นสุดสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36(1) (2)
2. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30
2.1 การพิจารณาอนุมัติบัญชีรายการวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.2 การพิจารณาปริมาณสต็อควัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.3 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.4 การพิจารณาสูตรการผลิต
2.5 การสรุปยอดวัตถุดิบคงเหลือ
2.6 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30

วิธีการสัมมนา
การบรรยายเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 3,210 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562
เวลา 09.00-16.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
 “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09:00 - 17:00 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
การบริการสั่งปล่อยและตัดบัญชีวัตถุดิบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (RAW MATERIAL TRACKING SYSTEM: RMTS) เป็นบริการที่สมาคมเปิดให้บริการแก่กิจการหรือบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรการนำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30 และมาตรา 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ซึ่งกิจการหรือบริษัทดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ควรเรียนรู้วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS) เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด

หัวข้อการสัมมนา

1. ขั้นตอนดำเนินการเพื่อใช้สิทธิและประโยชน์ด้านวัตถุดิบ
2. วิธีปฏิบัติสำหรับฐานข้อมูลวัตถุดิบ สูตรการผลิตและการปรับยอดวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการ
    - สรุปภาพรวมสำหรับการจัดทำฐานข้อมูลวัตถุดิบ สูตรการผลิตและการปรับยอดวัตถุดิบ
3. วิธีปฏิบัติสำหรับการสั่งปล่อยวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการสั่งปล่อยวัตถุดิบด้วยระบบ IC Online System
    - สรุปภาพรวมสำหรับการสั่งปล่อยวัตถุดิบ
4. วิธีปฏิบัติสำหรับการตัดบัญชีวัตถุดิบ
    - การจัดเตรียมข้อมูล
    - ขั้นตอนการดำเนินการตัดบัญชีวัตถุดิบด้วยระบบ IC Online System
    - สรุปภาพรวมสำหรับการตัดบัญชีวัตถุดิบ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหรือ ผู้ประสานงานการส่งเสริมการลงทุน

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 2,675 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
เวลา 09.00-17.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

วิธีการสัมมนา
การบรรยายและฝึกปฏิบัติ (Workshop)

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมต้องนำมาสำหรับการอบรม (Workshop)
1. Computer (Notebook) พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi (ไม่ Fix IP address)
2. Internet browser (Internet Explorer, Google Chrome, Firefox)
3. Microsoft Excel version 2007 ขึ้นไป

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 31 results.

Back to Top