Less is More

วันที่ 25 กันยายน 2563
ณ Amber 2-3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

หลักการและเหตุผล

Less is more” สำหรับวงการธุรกิจทั้งที่เป็นโรงงานผู้ผลิตและผู้ให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ คือ กระบวนการที่เรียกว่า ลีน (Lean) ซึ่งมีหลักการในการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Efficiency) ผลิตภาพ (Productivity) การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า การลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ และการลดของเสียที่เกิดขึ้น ด้วยกระบวนการทำงานที่เรียบง่ายที่สุด ลดความซับซ้อน แต่ได้ประโยชน์สูงสุด  และมีความสมบูรณ์ในตัวเอง โดยผ่านกระบวนการคิดมามากมายหลากหลาย เพื่อตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือแค่ใจความสำคัญจริง ๆ เท่านั้นด้วยการหมั่นสังเกตและทดลองในสิ่งที่เราทำทุกวัน เพื่อตัดสิ่งไม่จำเป็นทิ้งและเพิ่มการลงมือทำในสิ่งที่เกิดผลให้เกิดผลมากยิ่งขึ้น

สมาคมสโมสรนักลงทุนจัดหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ ไปใช้ในการหาความสูญเปล่า สาเหตุที่เกิดขึ้น แนวทางในการแก้ไขปัญหา และปรับปรุงกระบวนการให้สามารถลดต้นทุนได้ โดยใช้รูปแบบการคิดที่เรียกว่า “ทำน้อย ได้มาก” หรือ “Less is More” เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ในการทำโครงการได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม

หัวข้อการสัมมนา

  1. ภาพรวมและแนวคิดต่าง ๆ ของ Less is More เช่น TIMWOOD แนวคิด​หลักการที่ใช้ในการหาความสูญเสีย​ 7​ ประการ POKA YOKE แนวคิดหลักการในการขจัดความสูญเสียให้เป็นศูนย์ เป็นต้น

  2. การเชื่อมโยง การปรับปรุง และการจัดการความสูญเสียกับต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อนำไปสู่หลักการ “ทำน้อย ได้มาก”

  3. การประเมินความสูญเสียในองค์กร (Waste Walk) และการหาสาเหตุที่แท้จริง

แนวคิดและหลักการในการปรับปรุงประสิทธิภาพ และลดความสูญเสีย

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป ที่ต้องการ นำเทคนิคต่าง ๆ มาใช้สำหรับหาความสูญเปล่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรตามแนวคิด “Less is More”

ค่าธรรมเนียมการอบรม

สมาชิกท่านแรกฟรี

สมาชิกท่านที่ 2 เป็นต้นไป 856 บาท/ท่าน

บุคคลทั่วไป 1,284 บาท/ท่าน

ข้อมูลหลักสูตร :


   


กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin)

วันที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

หลักการและเหตุผล
 

      ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การแข่งขันทางด้านการค้าระหว่างประเทศในโลกได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก การเปลี่ยนแปลงทางการค้าในตลาดโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกรวมทั้งในด้านการผลิตสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้รูปแบบการค้าของโลกเปลี่ยนแปลงไป การผลิตสินค้าต่างๆ ในปัจจุบันต้องผ่านกระบวนการผลิต
จากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง ทำให้เกิดปัญหาในการที่จะระบุว่าสินค้านั้นๆมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศใด“กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin)” จึงเข้ามามีส่วนช่วย
ในการกำหนดถิ่นกำเนิดของสินค้าประเภทนั้นๆ

       ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการพิจารณาถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อการได้รับสิทธิทางการค้าระหว่างประเทศขององค์การค้าโลก (WTO)
และสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อผู้ประกอบการจะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานจริงได้อย่างเหมาะสม
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจทั้งการนำเข้าและส่งออกให้มีความก้าวหน้า สามารถแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อสัมมนา
1.ความหมายของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า
2.ประเภทของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณากำหนดถิ่นกำเนิดสินค้า
3.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศไทยใช้บังคับในปัจจุบัน เช่น อาเซียน อาเซียน-จีน ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-ออสเตรเลีย เป็นต้น
4.ความสำคัญของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้ากับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศไทยใช้บังคับในปัจจุบัน
5.การใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อการนำเข้าและการส่งออ

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายนำเข้า – ส่งออก 
ผู้ที่ต้องดำเนินพิธีการกับกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ประสานงานบีโอไอ และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


การยื่นแบบและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด 51) สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงุทน

วันที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 13:00 - 16:30 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
      การที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการและชำระภาษีงวดหกเดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 67 ทวิ โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดทำประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีแล้วยื่นรายการ เพื่อชำระภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้ยื่นชำระภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนั้น ในทางปฏิบัติจริงอาจเกิดประเด็นที่มีความซับซ้อนแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกิจการจำเป็นต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ควรพิจารณาให้รอบคอบและกว้างขวางมากขึ้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่เกิดจากความไม่เข้าใจไม่ถูกต้อง
      สมาคมสโมสรนักลงทุนเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงจัดให้มีการสัมมนาหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้กิจการได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการยื่นแบบและการคำนวณ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ

หัวข้อการสัมมนา
1. ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการจัดทำประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปี
2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. หลักเกณฑ์การเสียภาษีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non BOI)
4. ตัวอย่างการประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปีสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non BOI)
5. กรณีเหตุอันสมควรตามกฎหมายภาษีอากร
6. คำพิพากษาศาลฎีกาและแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง
7. คุณธรรมและจริยธรรมวิชาชีพ


การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีการขอเปิดดำเนินการสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 03 ตุลาคม 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
ในการขอเปิดดำเนินการนั้น เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่กำหนดในบัตรส่งเสริมซึ่งผู้ได้รับการส่งเสริม การลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ และเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติตามเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ในบัตรส่งเสริม เพื่อผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการปรับเปลี่ยนวงเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะได้รับการยกเว้นได้อย่างถูกต้อง

หัวข้อการสัมมนา
1. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการ
2. การกำหนดเวลาการนำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการตามประกาศที่ ป.1/2548
3. วิธีปฏิบัติการตรวจสอบการเปิดดำเนินการและการกำหนดความหมายรายการเงินลงทุนตามประกาศที่ ป.1/2545

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระดับกลาง เหมาะสำหรับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร “ข้อควรรู้หลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หรือ “วิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน”ผู้บริหารงาน/เจ้าของกิจการ ผู้จัดการโครงการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

วิธีการสัมมนา
การบรรยายพร้อมยกกรณีตัวอย่างประกอบการตอบข้อซักถาม

ข้อมูลหลักสูตร :


   


วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

วันที่ 03 ตุลาคม 2563 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

หลักการและเหตุผล
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า วัตถุดิบและวัสดุจำเป็น ตามมาตรา 30, 36 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ต้องเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตราที่กิจการได้รับการส่งเสริม รวมถึงขั้นตอนปฏิบัติและกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ได้ตรงตามที่กำหนด อันจะทำให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุด

หัวข้อการสัมมนา
1. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 36 (1) (2)
1.1 การพิจารณาบัญชีรายการวัตถุดิบพร้อมปริมาณสต็อกสูงสุด
1.2 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.3 การพิจารณาสูตรการผลิต
1.4 การตัดบัญชีวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.5 การใช้ธนาคารค้ำประกันวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.6 การนำผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปแล้วกลับมาซ่อมแซม
1.7 การตัดบัญชีวัตถุดิบส่วนสูญเสียจากการผลิต
1.8 การโอนวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.9 การขอชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.10 การขอชำระอากรขาเข้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้าโดยยกเว้นอากร ขาเข้า
1.11 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
1.12 การปฏิบัติหลังสิ้นสุดสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 36(1) (2)
2. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30
2.1 การพิจารณาอนุมัติบัญชีรายการวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.2 การพิจารณาปริมาณสต็อควัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.3 การอนุมัติสั่งปล่อยวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น
2.4 การพิจารณาสูตรการผลิต
2.5 การสรุปยอดวัตถุดิบคงเหลือ
2.6 การขอขยายเวลานำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30

วิธีการสัมมนา
การบรรยายเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา

อัตราค่าสัมมนา
สมาชิก 3,210 บาท / บุคคลทั่วไป 3,745 บาท
(อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

วัน-เวลา-สถานที่
วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2563
เวลา 09.00-16.00 น. (ลงทะเบียน 08.30 น.)
โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพฯ รัชดา

การสัมมนานี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ผู้ที่สนใจทั่วไป

ข้อแนะนำ
หลักสูตร 1
 “วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” หลักสูตร 2  “วิธีการเตรียมข้อมูลงานสิทธิและประโยชน์สำหรับวัตถุดิบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (RMTS)” เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เข้าอบรมสามารถสมัครเข้าอบรมทั้ง 2 หลักสูตรหรือเลือกสมัครเข้าอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งได้

หมายเหตุ
- อัตราค่าสัมมนารวมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 200 %
- สมาคมได้รับการยกเว้นการหักภาษีเงินได้ตามข้อ 12/1 (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.101/2544  ผู้จ่ายเงินค่าสัมมนาจึงไม่ต้องหักภาษีเงินได้

 

ข้อมูลหลักสูตร :


   
Displaying 1-5 of 27 results.

Back to Top